แสงไทย เค้าภูไทย

กรุงเทพฯ กำลังจมน้ำใน 11 ปีข้างหน้า ถ้าไม่กั้นเขื่อนข้ามอ่าว และ หยุดก่อสร้างอาคารสูง หยุดสูบน้ำบาดาล

ฝนตก รถติดเป็นคำฮิตติดปากคนกรุงเทพฯมานับทศวรรษ โดยมีสาเหตุมาจากการระบายน้ำไม่ทัน แต่ไม่มีการแก้ไขที่ต้นเหตุคือ พื้นที่กรุงเทพฯ ทรุดตัวลงทุกปี จนทำให้กรุงเทพฯติดอันดับ 5 ของมหานครที่จะจมน้ำ 10 อันดับแรกสุดของโลก

ขณะนี้ระดับน้ำทะเลสูงทั่วโลกสูงขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 10-20 เซนติเมตร เหตุจากภาวะโลกร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นๆทุกปี ทำให้น้ำแข็งจากขั้วโลกทั้งสอง และ จากยอดเทือกเขาสูงที่สุดในโลกละลายไหลลงทะเล ทั้งนี้เป็นรายงานสังเกตุการณ์ของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) เมื่อเร็วๆนี้

ใช่แต่น้ำท่วมเท่านั้น อภิมหาคลื่นยักษ์สึนามิกำลังคุกคามเมืองชายฝั่งไปทั่วโลก โดยเฉพาะย่านอเมริกาเหนือ กลาง ใต้ เอเชีย ส่วนติดทะเล

ด้วยข้อมูลนี้ อินโดนีเซียเตรียมสร้างเขื่อนกั้นนครจาการ์ต้าอย่างเร่งรีบ เพราะอยู่ในตำแหน่งเสี่ยงภัยที่สุด

เหตุที่จะก่อเกิดสึนามิก็คือ การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรอันเนื่องมาจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ขณะที่ส่วนเอียงของโลกเอียงยิ่งขึ้น น้ำไปตุงอยู่ เพิ่มน้ำหนักกดทับแผ่นเปลือกโลก ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเปลือกโลกหลัก ถูกแรงกดทับจนขยับตัว เคลื่อนที่

การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกแต่ละครั้ง ก่อให้เกิดแผ่นดินไหว เขย่าให้สารหลอมเหลวภายในแกนโลกเกิดแรงดันจนประทุขึ้นมาตามรอยแยก และปล่องภูเขาไฟ จนเกิดระเบิดพ่นลาวาออกมา

กรุงเทพฯเคยเจอปรากฏการณ์เช่นนี้มาแล้วจากภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดเมื่อ 136 ปีก่อน แรงสั่นสะเทือนและควันกลิ่นกำมะถันที่แม้จะไม่หนาแน่น แต่ก็บอกให้รู้ว่า กรุงเทพฯอยู่ในรัศมีแรงระเบิดของภูเขาไฟที่มีอยู่ชุกชุมในหมู่เกาะชวา

ส่วนน้ำท่วมโลกนั้น มหานครที่อยู่ในภาวะเสี่ยงน้ำท่วมเหตุจากจากแผ่นดินทรุดตัวปีละกว่า 4 นิ้ว 10 อันดับโลกคือ

1.จาการ์ต้า 2. มนิลา 3.โฮจิมินห์ 4.นิวออร์ลีนส์ 5.กรุงเทพฯ 6.โอซาก้า 7.ธาก้า บังกลาเทศ 8.เซี่ยงไฮ้ 9.เวนิส 10.อเล็กซานเดรีย อียิปต์

สาเหตุที่ทำให้มหานครเหล่านี้ต้องจมน้ำก็คือ :

1. แผ่นดินอ่อน ทำให้ทรุดตัว 2.การสูบน้ำบาดาลหรือสูบน้้ำมันดิบขึ้นมาใช้ 3.การเคลื่อนที่ของเปลือกแผ่นโลก ( Tilting of a tectonic plate) 4. ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คำนวณว่าน้ำทะเลสูงขึ้น 1 ฟุต แผ่นดินจะอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 2 ฟุต

กรุงทพฯทรุดตัวโดยเฉลี่ยปีละ 10-15 เซนติเมตรหรือราวๆ ครึ่งฟุต ขณะนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 2-4 ฟุต คือน้ำทะเลสูงขึ้น สวนทางกับแผ่นดินกรุงเทพฯทรุดตัว

อัตราทรุดตัวของแผ่นดินกรุงเทพฯยิ่งเร็วขึ้น เมื่อมีการก่อสร้างอาคารสูงหลายสิบหรือกว่าร้อยชั้น

การทรุดตัวของกรุงเทพฯมาจาก 2 สาเหตุ คือจากลักษณะอ่อนตัวของแผ่นดิน เมื่อต้องรับแรงกดทับของสิ่งปลูกสร้างที่กดลงบนเพดานแอ่งน้ำใต้ดิน (riparian sediment)น้ำใต้ดินก็กระจายตัวซึมไปตามเนื้อดินใต้กรุงเทพฯไปทั่ว เพิ่มความอ่อนนุ่มยิ่งขึ้น

และจากการนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้

ด้วยสาเหตุเหล่านี้ คำนวณว่า กรุงเทพฯจะจมน้ำทั้งเมืองราวปี 2030 คืออีกราว 11 ปีข้างหน้า

จะแก้ไขอย่างไร ?

สภาปฏิรูปแห่งชาติเสนอว่าให้สร้างกำแพงกั้นน้ำล้อมรอบ เวลาฝนตก น้ำหลาก ก็สูบน้ำออกทะเล

เป็นแนวคิดที่รัฐบาลทักษิณ 1 นำเสนอสภาฯเพื่อขออนุมัติสร้างถนนเขื่อนกั้นอ่าวไทยปิดปาก 4 แม่น้ำ 4 จังหวัด จากปากแม่น้ำบางปะกงข้ามอ่าวไปจนถึงแหลมผักเบี้ย

ปิด “สามสมุทร หนึ่งนครา สี่มหานที” คือ สมุทรปราการ-สมุทนสาคร-สมุทรสงครามกับมหานครากรุงเทพฯ กับสี่มหานทีคือ แม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีนและแม่กลอง

โดยสันเขื่อนจะเป็นถนนไฮเวย์ ใช้เป็นทางลัดจากปากประตูภาคใต้สู่ตะวันออก ขนส่งสินค้าสู่ท่าเรือแหลมฉบังได้สะดวกและสั้นลง

แต่ไม่ผ่านสภา เพราะเห็นว่าค่าก่อสร้างแพงเกินไปคือ 160,000 ล้านบาท

วันนี้ถ้าจะสร้าง ก็คงจะไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท

ถ้ายังลังเลไม่สร้าง คนกรุงเทพฯ ก็เตรียมเรือเอาไว้ใช้แทนรถในอีก 11 ปีข้างหน้าก็แล้วกัน