"หากพรรคพลังประชารัฐจะคิดว่าจะมัดมือชก ยังคิดว่าได้ตำแหน่งนายกฯไปแล้ว ไม่ต้องแคร์พรรคร่วมรัฐบาล ผมอยากบอกว่า มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดและเราก็เชื่อว่า ถ้าคุณผิดสัญญาตั้งแต่ต้น เท่ากับการไม่มีหลักประกันใดๆว่าจะไม่มีการผิดสัญญาในอนาคตอีก ผมเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะทบทวนในที่ประชุมสส.และกก.บห.พรรคแน่นอน"

เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เพื่อย้ำข้อตกลงเดิมที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องได้ "รมว.เกษตรฯ"และ "รมว.พาณิชย์" เพราะนี่คือ "เงื่อนไข" ก่อนวันตกลงปลงใจลงมติเลือก "นายกรัฐมนตรี"

ขณะที่ในวันเดียวกัน "ธนกร วังบุญคงชนะ" รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลังจากที่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณไม่พอใจการขอแลกคืนกระทรวงต่างๆคืน ในพรรคร่วมรัฐบาล ผ่านเฟชบุค กลางดึกคืนวันที่ 8 มิ.ย. ในทำนองว่า "กระทรวงมีเอาไว้ให้มาทำงาน ไม่ใช่เอาไปแลกกัน"

งานนี้ พรรคพลังประชารัฐ ส่ง "มวยรุ่นเล็ก"อย่างธนกร เด็กในคาถาของ "สมศักดิ์ เทพสุทิน" แกนนำกลุ่มสามมิตร ของพรรค ออกมาชกกับ "มวยรุ่นใหญ่" อย่าง อนุทิน ด้วยการสวนหมัดตรง

" กระทรวงมีไว้ให้ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่มีไว้ให้เข้าไปหางานเพื่อบริษัท #ถูกต้องนะครับ" และ

"ไม่มีใคร แลกอะไรกันไปมา มีแต่หาความเหมาะสม ไม่ให้คนเขานินทา ว่าเลือกกระทรวงให้บริษัท #ถูกต้องนะครับ"

ถึงแม้หลังการโพสต์ข้อความเพียงไม่นาน ธนกร ได้ลบข้อความดังกล่าวออกจากเฟชบุคไปแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะช้าเกินไป เพราะเรื่องนี้กำลังจะบานปลายออก และยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา "ความขัดแย้ง" อันเกิดจากการจัดสรร "เก้าอี้รัฐมนตรี" ที่ยังไม่ลงตัว ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยกันเอง !

ยังไม่มีใครบอกได้ว่าเกมการต่อรอง ระหว่าง 3พรรคใหญ่ คือ พลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย จะยืดเยื้อ ยาวนานไปอีกแค่ไหน เพราะต้องไม่ลืมว่าการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ในครม. นั้นไม่ได้มีขึ้นเฉพาะ "ระหว่างพรรค" เท่านั้น หากแต่ "ศึกใน" การแย่งชิงเก้าอี้ ยังมีขึ้นภายในของแต่ละพรรคด้วยกันเองทั้งสิ้น

โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่ "แกนนำพรรค" เองยังต้องรับมือกับการต่อรอง จาก "กลุ่มก๊วน" ในพรรคของตัวเอง

แน่นอนว่า กลุ่มสามมิตร ของสมศักดิ์ และ "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" เองไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหว แล้วรอให้ "แกนนำ" ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง "อุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" เป็นฝ่ายจัดสรร เก้าอี้รัฐมนตรีให้เท่านั้นน เพราะสมศักดิ์ และกลุ่มเองประเมินว่า กว่าที่พรรคพลังประชารัฐจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น กลุ่มสามมิตรเองก็ออกแรง ไปมิใช่น้อย !

ยิ่งเมื่อมีสัญญาณว่า "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์" อันเป็นเป้าหมายเดิมของกลุ่มสามมิตร กำลังถูกยื้อยุด แย่งชิงจากเอาไปให้ "คนนอก" อย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย จึงเป็นเรื่องที่ยอมกันได้ยาก !

การเจรจาจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ก่อนวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อกลางดึกของวันที่ 5มิ.ย.ที่ผ่านมา กำลังจะมีแนวโน้มเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่บรรดาพรรคร่วมรัฐบาล ต่างพากัน "ตั้งป้อม" ว่าไม่ยอมอ่อนข้อ เมื่อพบแล้วว่า หลังจากที่พลังประชารัฐชนะ เกมเลือกนายกฯในยกแรก ผ่านฉลุยไปแล้ว สัญญา กำลังไม่เป็นไปตามสัญญา !