“เพื่อไทย” บอกปชช.เบื่อหน่าย “3พรรค” จัดโควต้ารมต.ไม่ลงตัว เย้ยสภาพ “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ”ไม่ต่างจาก “เป็ดง่อย”

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีการจัดสรรโควตารัฐมนตรียังจบไม่ลงหลังแกนนำพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พยายามต่อรองขอคืนกระทรวงเกรดเอจากพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) มาดูแลเอง ว่า ประชาชนเบื่อหน่ายกับการต่อรองกระทรวง แทนที่จะแข่งขันกันผลักดันนโยบายที่แต่ละพรรคใช้หาเสียงมาเป็นนโยบายเพื่อประชาชน รัฐบาลที่จะได้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำสภาพไม่ต่างจากรัฐบาลเป็ดง่อยที่รวบรวมพรรคการเมืองมากกว่า 20 พรรค หน้าตารัฐบาลที่จะออกมาจึงไม่อาจเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ ประชาชน จึงรู้สึกสิ้นหวังจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน

นายอนุสรณ์ ระบุว่า 1.กติกาที่ร่างขึ้นมาทำให้การเมืองย้อนไปในยุคก่อนปี 2540 เป็นฝันร้ายที่คนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ไม่อยากให้เกิด แต่ก็มาเกิดในยุคนี้ที่คำว่าปฏิรูปการเมืองเป็นเพียงข้ออ้างในการยึดอำนาจเท่านั้น 2.ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบเทอม เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดการลงทุนเพื่อการสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชนจากวิกฤติเศรษฐกิจที่5 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขได้อย่างไรก็จะไม่สามารถแก้ไขได้อย่างนั้นต่อไป เปรียบเหมือน5 ปีที่วิธีรักษาแบบเดิมรักษาไม่หายแต่ไม่สามารถเปลี่ยนวิธีการรักษาและเปลี่ยนหมอได้ทำให้คนไทยเสียโอกาส

3.คนไทยต้องตั้งตารอการต่อรองตั้งรัฐบาลกันอีกนานแค่ไหน ภาพการต่อรองโควตา เจรจาแลกเก้าอี้ แลกผลประโยชน์ของแต่ละพรรคการเมือง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา สิ้นหวัง ยิ่งตั้งรัฐบาลช้าเท่าไหร่ ประเทศชาติและประชาชนยิ่งเสียโอกาสมากขึ้นเท่านั้น 4.สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นสภาหลักในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน เพราะมาจากประชาชน ไม่ใช่วุฒิสภาที่ผ่านการคัดสรรมาจาก คสช.ที่ผลาญงบประมาณไป 1,300 ล้านบาท แต่ก็ได้คนรอบตัว มาเป็นสภาฝักทั่วที่ยอมให้กดรีโมทได้ หรือไม่

5.พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดไว้อย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าหากรัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยครึ่งใบแต่เป็นฉบับเผด็จการครึ่งใบ ที่ทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส