ส่งผลเด็กเกิดมาด้อยคุณภาพ พัฒนาการช้า ไอคิวต่ำ หนุนให้บริการคุมกำเนิดทั่วไทย แนะแบบกึ่งถาวรเวิร์กสุด

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นไทย ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไข ที่ผ่านมาเด็กที่เกิดมายังด้อยคุณภาพ น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่า 2,500 กรัม ไม่เจริญเติบโตตามวัย พัฒนาการล่าช้าและสงสัยจะล่าช้าถึงร้อยละ 30 ส่งผลต่อไอคิวของเด็กที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี

ในกลุ่มเด็กอายุ 15 – 19 ปี 1,000 คน จะมีคนที่ตั้งครรภ์อยู่ถึง 40 คน ต่อการตั้งครรภ์ต่อปี และในจำนวนนี้ยังมีผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี รวมอยู่ด้วย การคุมกำเนิดจึงจำเป็นสำหรับวัยเจริญพันธุ์ในระยะที่ไม่พร้อม ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ จนถึงก่อน 20 ปีบริบูรณ์

กรมอนามัยจึงร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดย สปสช.สนับสนุนให้บริการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรแก่เพศหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ทุกสิทธิที่อยู่ในภาวะหลังคลอด แท้ง หรือต้องการคุมกำเนิด ขอรับบริการได้ที่สถานบริการในเครือข่ายของ สปสช.ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี ขอรับบริการคุมกำเนิดแบบห่วงอนามัยและยาฝังคุมกำเนิดได้ที่สถานบริการสาธารณสุขในเครือข่ายสปสช.ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์และการตั้งครรภ์ซ้ำในกลุ่มวัยรุ่นหลังคลอด หรือแท้ง หรือต้องการคุมกำเนิด

ทั้งนี้ ยาฝังคุมกำเนิดเป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถคุมกำเนิดได้ในระยะเวลา 3 ปี และ 5 ปี ตลอดจนกลับสู่ภาวะเจริญพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วภายหลังการหยุดใช้ และไม่มีผลรบกวนต่อการมีเพศสัมพันธ์ สตรีที่ใช้ยาฝังคุมกำเนิดจะมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่า 1 ใน 2,000 รวมทั้งยังมีการแก้ปัญหานี้ด้วยมาตรการทางกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ โดยมีเป้าหมายลดอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น