เริ่มต้นจากให้แจ้ง-แนะนำ ให้เวลาแก้ไข หากยังนิ่งเฉยไม่ปรับปรุง ถือว่าฝ่าฝืนตามม.74 เจอคุก 3 เดือน ปรับ 2.5 หมื่นหรือทั้งจำ-ปรับ รวมทั้งดูแลพื้นที่สาธารณะ ตึกเก่า-ตึกร้าง ให้เจ้าหน้าที่ท้องที่ทำลายจุดเพาะพันธุ์ยุง

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผย ว่า จากสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกที่รุนแรงในขณะนี้ เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องป้องกันเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง พร้อมเร่งกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในภาชนะหรือเศษวัสดุที่มีน้ำขัง และเมื่อมีการตรวจพบลูกน้ำหรือตัวโม่งยุงลายถือเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งราชการส่วนท้องถิ่น เจ้าพนักงานท้องถิ่น และ เจ้าพนักงานสาธารณสุขสามารถดำเนินการควบคุมได้ทันที หากพบว่าอาคารหรือสถานที่ใดของเอกชนมีแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ให้แจ้งหรือแนะนำให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งนั้น ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาตามสมควร ซึ่งหากไม่ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำภายในกำหนดเวลา ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกคำสั่งเป็นหนังสือตามมาตรา 28 ให้ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาตามสมควร หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามมาตรา 74 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีที่ตรวจพบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในที่หรือทางสาธารณะ เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้ทันที หากทราบว่าแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายนั้นเกิดจากการกระทำของบุคคลใดให้ออกคำสั่งตามมาตรา 27 ให้บุคคลนั้นปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ท้องถิ่นสั่งการให้ดำเนินการลงโทษตามมาตรา 85 แต่หากไม่ปรากฏว่าเกิดจากบุคคลใดให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของท้องถิ่นทำลายแหล่งเพาะพันธุ์นั้นได้โดยการถม ระบายน้ำทิ้ง คว่ำ หรือใส่สารเคมีกำจัดลูกน้ำ แล้วแต่กรณีที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เป็นอาคารรกร้างว่างเปล่า หรือก่อสร้างไม่เสร็จ ไม่ปรากฏเจ้าของชัดเจนและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ให้ราชการส่วนท้องถิ่นดำเนินการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายนั้นได้