“โฮมโปร” ครองแชมป์ผู้นำตลาดธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจรอย่างเหนียวแน่น โชว์ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 62 กวาดรายได้รวม 16,553.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 652.68 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,419.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.37 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ “โฮมโปร” ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2562ที่ผ่านมา มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,419.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.37 ล้านบาท หรือ 13.73% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวม จำนวน 16,553.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 652.68 ล้านบาท หรือ 4.10% โดยประกอบไปด้วย รายได้จากการขาย จำนวน 15,399.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 525.01 ล้านบาท หรือ 3.53% ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจโฮมโปร และเมกา โฮม รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากสาขาใหม่จากธุรกิจโฮมโปรที่เปิดให้บริการในปี 2561 และรายได้ค่าเช่า และบริการอีกจำนวน 657.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.62 ล้านบาท หรือ 9.78% เป็นผลมาจากรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นจากพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้ามาร์เกต วิลเลจ และรายได้จากค่าบริการ “Home Service”

ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาส 1 ปี 2562 อยู่ที่ 4,030.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.34 ล้านบาท หรือ 4.63% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 25.89% ในปีที่ผ่านมามาอยู่ที่ 26.17% โดยเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนของส่วนผสมสินค้ามีไว้เพื่อขายทั้งกลุ่มสินค้าทั่วไป และการเพิ่มอัตรากำไรของกลุ่มสินค้า Direct Sourcing รวมถึงการปรับปรุงแผนการจัดซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโฮมโปร เมกา โฮม และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย ที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้น

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร จำนวน 2,970.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.14 ล้านบาท หรือ 2.00% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักของการเพิ่มขึ้นที่เป็นตัวเงินเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายกลุ่มเงินเดือน ค่าเช่า ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายทางการตลาด อย่างไรก็ตามอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายมีการปรับตัวดีขึ้นโดยลดลงจาก 19.58% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 19.29% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แม้ว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 เศรษฐกิจยังคงขยายตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ผลประกอบการในไตรมาสแรกบริษัทยังคงเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยมียอดขายจากสินค้าสำหรับปรับปรุงคุณภาพอากาศที่สูงกว่าปกติเนื่องจากสภาพอากาศที่มีมลพิษในระดับสูงโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคเหนือ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ” นายคุณวุฒิ กล่าว