กระบวนการเลือกประมุขของสองสภาเสร็จสิ้นแล้ว โดย พรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสา พร้อมด้วยรองประธานวุฒิสภาอีกสองคนคือ พล.อ.สิงห์ศึก สิงหไพร และศุภชัย สมเจริญ

ขณะที่สภาผู้แทนราษฎร มีชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่วนรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งคือ สุชาติ ตันเจริญ และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองคือ ศุภชัย โพธิ์สุ

เมื่อได้เห็นประธานและรองประธานสภาฯแล้ว ก็พอจะมองเห็นตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลเช่นชัดเจนขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะคะแนนเสียงที่ลงมติเลือก “ชวน”เป็นประธานสภาฯ 258 เสียงนั้น สอดคล้องกับตัวเลขที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ระบุเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าคือจำนวนเสียงที่สนับสนุนรัฐบาล ส่วนเรื่อง “งูเห่า”นั้นอีกไม่นานก็จะประจักษ์

แต่ก็สะท้อนการบริหารจัดการของฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นผู้เสนอชื่อของ “ชวน” ชิงตำแหน่งประธานสภาฯได้เป็นอย่างดี ขณะที่ยังมีการทดสอบกำลังภายในกันภายในพรรคพลังประชารัฐกันเองอยู่

ในขณะที่เสียงของสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังไม่นิ่ง หลังผลการเลือกตั้งส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ ที่ปรากฎว่า จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้ง ที่เมื่อนำคะแนนดิบของเขตเลือกตั้งที่ 8 เชียงใหม่จำนวน119,636คะแนนมารวม ทำให้คะแนนรวมทั้งประเทศมีจำนวน 35,561,556 คะแนน เมื่อนำไปหารกับจำนวนสส 500 คนเท่ากับค่าเฉลี่ยต่อส.ส. 1 คนอยู่ที่ 71,123.112 คน

และเมื่อนำคิดตามวิธีคำนวณของกกต. กลายเป็น “กระดานหก” เพราะผลคะแนนที่มากขึ้นทำให้เศษจุดทศนินมของพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้น ทำให้ได้รับการจัดสรรส.ส.พรรคละ1ที่นั่ง และกระทบต่อพรรคไทรักธรรม ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน ต้องพ้นจากการเป็นส.ส.คือ พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรค

กระนั้น ไม่ว่าอย่างไร ว่าที่ส.ส.ที่เตรียมแต่งตัวเข้าสภาฯ ต้องยึดตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแด่สมาชิกรัฐสภา ในพิธีเปิดประชุมรัฐสภาความว่า "บัดนี้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลง และมีการเรียกประชุมรัฐสภาพุทธศักราช 2562 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญและความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังเพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคนจะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวงโดยเต็มสติปัญญาความสามารถ ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบ คอบหนักแน่น ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรง ตามหลักนิติธรรม และคุณธรรมให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัดและบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์

ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปโดยเรียบร้อยสัมฤทธิผลเป็นความผาสุกสวัสดิ์ และความวัฒนาถาวรแก่อาณาประชาราษฎร์ และชาติบ้านเมืองทั้งขอให้ทุกคนที่ประชุมร่วมกันอยู่ ณ ที่นี้ ประสบความสุข ความเจริญทุกเมื่อถ้วนหน้ากัน”