"กลุ่มเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า" รวมพลังค้านกรมการค้าต่างประเทศตั้ง ศจย. วิจัยข้อดี-ข้อเสียการยกเลิกห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า หวั่นผลการศึกษาไม่เป็นกลาง ยันต่างประเทศหนุนบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกเพราะอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวน เตรียมรวมข้อมูลยื่น "พณ.-สธ." ยกเลิกแบนบุหรี่ไฟฟ้า

วันที่ 18 พ.ค. นายอาสา ศาลิคุปต ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า กลุ่มลาขาดควันยาสูบ (ECST) และเฟสบุ๊คเพจเฟสบุ๊ค "บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร" จัดงาน “ปอดใส ไร้ทาร์” เพื่อเรียกร้องให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมาย โดยนายอาสา กล่าวว่า ธีมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกในปีนี้คือ “ยาสูบและสุขภาพปอด” ทุกปีหน่วยงานสาธารณสุขได้รณรงค์ให้ความรู้ เพื่อให้คนเกรงกลัวพิษภัยของบุหรี่และเลิกสูบบุหรี่ แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่กลับไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร ยังคงที่ประมาณ 19% ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันคนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า นิโคติน คือตัวการร้ายที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงจากการสูบบุหรี่ เช่น มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง ทั้งที่จริงแล้วควันบุหรี่ที่เกิดจากการเผาไหม้ของใบยาและกระดาษมวนบุหรี่ที่มีสารเคมีมากกว่า 6,000 ชนิด และมีสารก่อมะเร็งกว่า 100 ชนิด ซึ่งหากไม่มีการเผาไหม้ สารพิษที่ปล่อยออกมาก็ย่อมลดลง นี่เป็นข้อมูลจาก สธ. อังกฤษและองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่างกับข้อมูลของไทยอย่างมาก

“ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สหภาพยุโรป นิวซีแลนด์ บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการยอมรับให้เป็นสินค้าที่ถูกกฎหมายและเป็นทางเลือกให้กับคนที่ยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ ไม่ก่อให้เกิดควันมือสอง และสารพิษที่ปล่อยออกมาก็น้อยก็ควันบุหรี่ ทั้งๆ ที่หน่วยงานสาธารณสุขบ้านเราก็ออกมายอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้ แต่กลับเลือกสวนทางประเทศที่พัฒนาแล้วโดยการแบนบุหรี่ไฟฟ้า เพราะอ้างว่าอาจมีสารโลหะหนัก แทนที่จะใช้วิธีควบคุมอย่างถูกกฎหมายจะได้ดูแลเรื่องมาตรฐานการผลิตได้ ผู้ใช้หรือนักท่องเที่ยวต่างชาติเลยต้องรับกรรม ถูกจับกุม มีโทษอาญา จำคุกเป็น 10 ปี กลายเป็นอาชญากร ขณะที่บุหรี่มวนที่เผาไหม้มีสารพิษที่ปล่อยออกมามากกว่า มีอันตรายมากมาย กลับสามารถขายได้อย่างถูกกฎหมาย" นายอาสา กล่าวและว่า การจัดกิจกรรม “ปอดใส ไร้ทาร์” เป็นการจัดงานรวมตัวของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อรวบรวมรายชื่อแสดงจุดยืนคัดค้านศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ที่ได้รับมอบหมายให้ทำวิจัยบุหรี่ไฟฟ้า โดยสมาชิกเครือข่ายได้โชว์ฟิล์มเอกซเรย์ตรวจสุขภาพปอด ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าบุหรี่มวนที่มีการเผาไหม้

ด้านนายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ฟ้า กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ศจย. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีจุดยืนในการต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้ามาตลอดได้รับมอบหมายจากกรมการค้าต่างประเทศให้ทำการวิจัยข้อดี ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งพวกเราไม่อาจยอมรับผลการศึกษาจากหน่วยงานที่ไม่เป็นกลางได้ เราจะไม่ยอมฝากชีวิตไว้กับกฎหมายที่ล้าหลัง เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของพวกเรา คนไทยต้องตายจากควันบุหรี่ถึงปีละ 50,000 คน อีก 17 ล้านคนต้องทนรับควันบุหรี่มือสอง ถ้าเราแบนบุหรี่ไฟฟ้าต่อไปเท่ากับเราปล่อยให้คนไทยต้องตายหรือเจ็บป่วย เพราะควันบุหรี่ไปเรื่อยๆ ทุกปี แล้วใครจะรับผิดชอบกับความสูญเสียเหล่านี้ หากรัฐบาลต้องการปกป้องปอดของคนไทยให้ได้รับอันตรายจากการสูบบุหรี่และได้รับควันบุหรี่มือสองให้น้อยลง ก็น่าจะเปิดใจกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนในหลายๆ ประเทศ

ทั้งนี้เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าจะนำรายชื่อ ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และจดหมายจากตัวแทนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าทั่วเอเชียที่เห็นด้วยกับเรา ไปยื่นให้กับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกแบนบุหรี่ไฟฟ้า