ผลพวงจากอภิมหาสงครามระหว่างพญามังกรกับพญาอินทรี เริ่มออกฤทธิ์ เป็นพิษไปทั่วโลก สำหรับ ประเทศไทยก็เริ่มออกอาการแล้ว

ข้อมูลจาก พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)ประเมินผลกระทบเบื้องต้นในส่วนของการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมสินค้าจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ฯ พบว่าอาจทำให้มูลค่าการส่งออกไทยลดลงประมาณ 5,6000-5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับรายการสินค้าที่สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มเติม

ส่วนรายการสินค้าที่จีนได้ประกาศตอบโต้สหรัฐฯ เป็นมูลค่า 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้น สนค.อยู่ระหว่างศึกษาว่ามีรายการใดที่ไทยสามารถแสวงหาโอกาสส่งออกเพิ่มได้

“สงครามการค้าครั้งนี้ไม่ได้มีแต่สหรัฐฯ และจีนที่เจ็บตัว แต่ผลกระทบกระจายไปทั่วโลก ซึ่งไม่เป็นการดีกับการค้าโลกที่ยังเปราะบางอยู่”

สนค. ยอมรับว่า ในส่วนของไทยแม้จะทำให้การส่งออกลดลงบ้างในปีนี้ และระยะสั้นอาจมีผลกระทบแรง แต่มั่นใจว่า ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกันจะรับมือได้แน่นอน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ในระดับนโยบาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบมาหารือร่วมกัน ก่อนจะมีการประชุมทูตพาณิชย์ทั่วโลกในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ เพื่อปรับแผนส่งออก

ขณะที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกของประเทศไปติดตามผลกระทบกับประเทศไทยว่ามีอย่างไรบ้าง และมาตรการที่ประเทศไทยควรจะดำเนินการ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าประเด็นดังกล่าว จะถูกนำมาหารือกันในช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการประชุมทูตพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ภาคการส่งออก เป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญ ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ หากชลอตัว ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม นับเป็นโจทย์ยากที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะขุนพลเศรษฐกิจที่จะเข้ามาพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้อย่างไร