“บีจี แพคเกจจิ้ง”รุกธุรกิจเต็มสูบแตกไลน์กลุ่มพัสดุ-อาหาร-อิเล็คทรอนิกส์ เน้นธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม มั่นใจสิ้นปี 62 รายได้ทะลุ 1.8 พันล้าน ตอกย้ำธุรกิจเป็นมิตรสิ่งแวดล้อมศึกษาใช้พลาสติกย่อยสลายได้ในอนาคต

นายวรวัฒน์ บูรณากาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด หรือ BGP (บีจีพี) ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ในเครือบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BG (บีจี)เปิดเผยว่า บริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นที่นอกเหนือจากขวดแก้ว อาทิ ฝาพลาสติก ขวดพลาสติก ลัง กล่องกระดาษลูกฟูก โดยนับเป็นบริษัทผลิตบรรจุภัณฑ์ครบวงจรที่สามารถผลิตฝา ขวดพลาสติก ฉลาก และกล่องลูกฟูก ได้ภายในบริษัทเดียวเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่มักจะแยกการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกจากกัน

สำหรับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ บริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง มีผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยคาดว่าสิ้นปี 2562 จะมีรายได้ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายผลิตภัณฑ์กล่องกระดาษ มูลค่า 800 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติก มูลค่า 350 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มฝาบรรจุภัณฑ์ มูลค่า 300 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ฉลากมูลค่า 350 ล้านบาท โดยในอีก 3 ปีข้างหน้า คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 3-4% โดยในจำนวนนี้ มียอดขายในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วน 1-2 % จากมูลค่า 1800 ล้านบาท จากการรุกตลาดต่างประเทศแถบประเทศอาเซียน ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และฟิลิปปินส์

“มั่นใจว่า ตลาดทั้ง 2 ประเทศจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยด้านความต้องการของตลาดในลาวเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ผลิตมีจำนวนค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉลากพลาสติก ในขณะที่ตลาดในฟิลิปปินส์ บีจีพีมีความสามารถแข่งขันในด้านราคาค่อนข้างสูง แม้ยังคงมีคู่แข่งในพื้นที่ของแต่ละประเทศอยู่ แต่ด้วยคุณภาพ และราคา ทำให้เชื่อมั่นว่าจะเติบโตต่อไปได้ อีกทั้งตลาดภายในประเทศบริษัทยังมีลูกค้าหลักได้แก่ บริษัทบุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด”

โดยปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานได้แก่ ราคาของวัตถุดิบพลาสติกที่อาจเพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และวัตถุดิบด้านกระดาษที่อาจมีราคาเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาด้านต้นทุนผ่านการสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เช่น สั่งวัตถุดิบกับบริษัทจัดหาวัตถุดิบเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ในปริมาณที่มากขึ้น จะช่วยให้ราคาวัตถุดิบที่ต่ำลงในไตรมาสที่ 3 และ 4 อีกทั้งบริษัทยังสามารถควบคุมราคาวัตถุดิบพลาสติกให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการควบคุมต้นทุนการผลิต ในส่วนของวัตถุดิบกระดาษคาดว่ายังคงต้องดูทิศทางของผู้ส่งออกกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระดาษรีไซเคิลจากจีน ซึ่งจะส่งผลต่อราคาตลาดกระดาษภายในประเทศ และอาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษเพิ่มหรือลดลงได้

นอกจากนี้ BGP ยังให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ประเภทลัง และกล่องลูกฟูก ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มเป็นหลัก อาทิ กล่องใส่ขวดเครื่องดื่ม โดยคาดว่าในอนาคตจะรุกตลาดไปยังกลุ่มธุรกิจอาหาร เช่น กล่องหรือลังสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ประเภทขวดซอสปรุงรสต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์กล่องหรือลังบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจ ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และกล่องพัสดุไปรษณีย์ ซึ่งมีแผนการขยายตลาดต่อไปในปี 2563

ทั้งนี้ไม่เพียงแต่การขยายตัวด้านการตลาดและการผลิตเท่านั้น บีจีพียังตระหนักถึงการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันสังคมมีการตื่นตัวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก โดยปัจจุบันกลุ่มบรรจุภัณฑ์อื่นๆ นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์แก้วพบว่า ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลาสติกได้ ทำให้ยังคงมีการใช้บรรจุภัณฑ์จากขวดพลาสติกอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แนวโน้มผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติกยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดขายและการผลิตขวดพลาสติกไม่ลดลงจากเดิม แต่ในระยะยาวอีก10-20 ปีข้างหน้าจะเห็นแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจึงศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ที่ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าพลาสติกทั่วไปถึง 3 เท่า แต่เชื่อมั่นว่าข้อมูลด้านงานวิจัย และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าจะมารองรับทำให้ราคาพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้มีราคาเท่ากับพลาสติกทั่วไปอย่างแน่นอน