วันนี้(15 พฤษภาคม 2562) ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช พร้อมด้วยนายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ร่วมลงนามในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 10 แห่ง กระจายอยู่ในอำเภอห่างไกลในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เปิดเผยว่า มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในท้องที่ทุรกันดารหรือห่างไกลจากเขตเมือง พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือเวชภัณฑ์ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล โดยมอบให้เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ยังส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรของโรงพยาบาล ทั้งในด้านการบริหาร บริการสาธารณสุข และวิชาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานและเป็นตัวอย่างแก่โรงพยาบาลชุมชนและสถานพยาบาลอื่นๆ ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการต่างๆ อาทิ โครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” จำนวน 84 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ทำให้ประชาชนที่เจ็บป่วยในถิ่นทุรกันดารได้ประโยชน์อย่างมาก ส่วนในครั้งนี้ธนาคารได้จัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 100 ล้านบาท ในโครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งมูลนิธิฯจะสนับสนุนการดำเนินงานทั้งของธนาคารออมสิน และกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับการก่อสร้างอาคาร 10 แห่ง ซึ่งเป็นอาคารที่ทันสมัย การออกแบบอาคารใช้หลักประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนการจัดกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ จะเป็นแหล่งให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากรภายในองค์กรและประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้มูลนิธิจะขอพระราชทานนามอาคารต่อไป

ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ธนาคารออมสิน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้จัดทำ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยธนาคารได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดสร้างอาคารจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ แห่งละ 10 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 100 ล้านบาท เพื่อขยายการบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแบบครบวงจรให้แก่พระสงฆ์ นักบวชทุกศาสนา ผู้สูงอายุและผู้พิการ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะสำหรับผู้ป่วย ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท ซึ่งภายในศูนย์การเรียนรู้มีการจัดแสดงทั้งนิทรรศการถาวรและนิทรรศการหมุนเวียน ได้แก่ นิทรรศการแสดงความสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยต่อการสาธารณสุขของประเทศ และวิวัฒนาการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นต้น

ทั้งนี้ “โครงการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช” เป็น 1 ใน 6 โครงการ ที่ธนาคารออมสินจัดทำขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณารับบรรจุเข้าเป็นโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะปรากฏในจดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาธนาคารออมสินมีบทบาทสำคัญในการจัดสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม โดยเป็นสถาบันการเงินเพียงแห่งเดียวที่ช่วยระดมเงินทุนจากประชาชน ซึ่งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคทรัพย์ เพื่อจัดสร้างโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร นอกจากนี้ธนาคารยังได้สนับสนุนโครงการต่างๆของมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ การจัดซื้อรถพยาบาล พัฒนางานเวชกรรมฟื้นฟู และงานชันสูตรสาธารณสุข ตามโครงการ “พัฒนาเวชกรรมฟื้นฟูและงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก” เป็นเงิน 84 ล้านบาท, การจัดกิจกรรมด้านการออม ในโครงการ “ออมขวัญ ปันสุข” ด้วยการมอบขวัญถุงพระราชทานให้เด็กที่เกิดใหม่ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ทั้ง 21 แห่ง ในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โดยการเปิดบัญชีเงินฝากให้เป็นทุนประเดิม บัญชีละ 1,000 บาท และธนาคารออมสินร่วมสมทบบัญชีละ 500 บาท ซึ่งหลังจากดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 5,900 บัญชี รวมเป็นเงินที่ธนาคารสมทบ 2.95 ล้านบาท นอกจากนี้ธนาคารยังได้ร่วมโครงการ “เด็กน้อยรอยต่อ 2 แผ่นดิน” โดยสนับสนุนเงินทุนประเดิมให้กับเด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน ระหว่างวันที่ 13 – 14 ตุลาคม 2559 คนละ 1,099 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 1,409 ราย เป็นเงินรวมกว่า 1.54 ล้านบาท

ขณะที่ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่ง มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ สำหรับการสนับสนุนของธนาคารออมสินในการจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการที่สะดวก รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล ส่วนสถานที่ในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาสถานที่และระยะเวลาในการก่อสร้าง แบ่งเป็น 3 ปี (2562-2564) ดังนี้ ในปี 2562 ดำเนินการ 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จ.หนองคาย, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว จ.สระแก้ว, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จ.แพร่ ส่วนในปี 2563 จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จ.ราชบุรี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จ.นครพนม และในปี 2564 อีกจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จ.อุบลราชธานี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ.สกลนคร