ด้วยสภาวะราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการแผนสนับสนุนของภาครัฐที่ช่วยขยายเวลาใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง จึงทำให้อุตสาหกรรมด้านท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินต่างนำเสนอกลยุทธ์ทางการตลาด พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบิน และเส้นทางใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

เพิ่มความถี่เที่ยวบิน

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น และ บจ.ไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชียเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ขยายเครือข่ายเส้นทางสู่ตลาดอินโดจีน กลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และเส้นทางเชื่อมเมืองรองระหว่างประเทศ รวมถึงให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของฐานปฏิบัติการการบินภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ตที่เห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้การเปิดฐานปฏิบัติการบินแห่งที่ 7 ที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสารและกระตุ้นศักยภาพของตลาดใหม่โดยเป็นการสร้างโอกาสให้กับธุรกิจในอนาคตด้วย

ซึ่งการที่ไทยแอร์เอเชียมองหาโอกาสใหม่ในการเติบโตอยู่เสมอทั้งในกลุ่มประเทศ ซีแอลเอ็มวี และตลาดอินเดีย เพื่อมาเสริมทัพตลาดในประเทศและจีนที่เข้มแข็งอยู่แล้ว จึงทำให้ยังคงสถานะความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสายการบินราคาประหยัดในไทย อีกทั้งมีส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด โดยมีการเตรียมความพร้อมทุกสภาวะการแข่งขัน จนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในไตรมาสแรกของปีนี้ นายสันติสุข กล่าวว่า ทางไทยแอร์เอเชียมีผลประกอบการเติบโตตามเป้าหมายและมีอัตราการขนส่งผู้โดยสารที่น่าพอใจ โดย มจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (เอเอวี) มีรายได้รวมอยู่ที่ 11,623 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 497 ล้านบาท ขณะที่ บจ. ไทยแอร์เอเชีย มีรายได้รวม 11,622 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิที่ 903 ล้านบาท และยังคงอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (โหลดแฟกเตอร์) ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 90% ซึ่งสรุปรวมไตรมาสที่ 1 ปี 2562 ไทยแอร์เอเชีย ขนส่งผู้โดยสาร 5.86 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไปตามปริมาณที่นั่งที่เพิ่มสูงขึ้น5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีจำนวนเครื่องบิน 62 ลำ พร้อมเปิดฐานปฏิบัติการบินเเห่งที่ 7 ที่จังหวัดเชียงราย ในไตรมาสนี้ บินตรงสู่มาเก๊า กัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ และเส้นทางภายในประเทศ เชียงราย-ภูเก็ต

สำหรับปี 2562 ไทยแอร์เอเชีย ยังคงเดินตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางที่ได้รับความนิยมและขยายเครือข่ายเส้นทางสู่ตลาดใหม่ๆเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวชาติใดชาติหนึ่งมากเกินไป โดยตลอดทั้งปีตั้งเป้ายอดจำนวนผู้โดยสารที่ 23.15 ล้านคน และอัตราขนส่งผู้โดยสาร86% พร้อมรับเครื่องบินใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากขึ้น เข้าประจำการฝูงบินอีก 1 ลำ รวมเป็น 63 ลำ ณ สิ้นปี ซึ่งจะช่วยให้ไทยแอร์เอเชียมีผลการดำเนินงานและผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้น

ขยายเครือข่ายการบิน

ด้าน สายการบินเวียตเจ็ท ได้ขยายเครือข่ายการบินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปี 2562 ส่งผลให้รายรับจากการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศของสายการบินเวียตเจ็ทโตขึ้น 28% จากปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักภาษีจากการให้บริการเที่ยวบินอยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท (923 พันล้านดอง) เพิ่มขึ้น 25.3% จากปีก่อน กำไรก่อนหักภาษีรวมจากธุรกิจทั้งหมดอยู่ที่ 2.26 พันล้านบาท (1,648 พันล้านดอง) เพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2561

ในไตรมาสแรกของปี 2562 สายการบินเวียตเจ็ท ได้เปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างประเทศถึง 4 เส้นทาง ทำให้มีเส้นทางบินระหว่างประเทศรวม 111 เส้นทาง โดยมีรายรับจากการให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศสูงกว่าการให้บริการเที่ยวบินภายในประเทศ และคิดเป็นสัดส่วนถึง 55% ของรายรับรวมจากธุรกิจการบินทั้งหมด โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้ เวียตเจ็ทให้บริการเที่ยวบินในเครือข่ายการบินรวมจำนวน 33,646 เที่ยว ครอบคลุมจุดหมายปลายทั้งในเวียดนาม ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย กัมพูชา และจีน

นอกจากนี้ สายการบินเวียตเจ็ท ยังมีเครื่องบินที่ดำเนินงานอยู่ในท่าอากาศยานดูไบและโดฮา ทำให้เฉพาะในไตรมาสแรกของปี รายรับหลักจากธุรกิจการบินของเวียตเจ็ทจึงมีมูลค่าสูงเกิน 13.7 พันล้านบาท (10,071 พันล้านดอง) เพิ่มขึ้นเกือบ 28% ส่วนรายรับจากบริการเสริมอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท (2,647 พันล้านดอง) เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน โดยสัดส่วนของรายรับจากบริการเสริม (ซึ่งมีอัตราผลกำไรสูง) ในรายรับจากธุรกิจการบินทั้งหมดยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 23.1% ในไตรมาสแรกของปี 2561 เป็น 25.4% เมื่อสิ้นปี 2561 และเพิ่มขึ้นไปที่ 26.3% เมื่อสิ้นไตรมาสแรกของปี 2562

ปัจจุบัน เวียตเจ็ทดำเนินการบิน 400 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งให้บริการแก่นักเดินทางมาแล้วกว่า 80 ล้านคน เปิดให้บริการ 113 เส้นทางในเวียดนามและทั่วภูมิภาค รวมถึงเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางในประเทศต่างๆ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน ไทย เมียนมาร์ มาเลเซีย กัมพูชา เป็นต้น