PTT-KV-DJSI-Online

วันที่ 13 พ.ค.62 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร นักการเมืองทุกคน ล้วนหวังจะได้บริหารประเทศ ได้เป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรี หรืออย่างน้อยได้เป็นเลขาฯ รัฐมนตรีก็ยังดี แต่การเมืองประชาธิปไตยมี 2 ฝั่ง ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ในวงการเมืองถึงบอกว่า “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร” เพื่อจะได้เป็นรัฐบาล ต้องยอมทำทุกอย่าง “แม้ศัตรูของศัตรู ยังกลับเป็นมิตรได้หน้าตาเฉย”

หากพรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ คิดถึงขนาดยอมประเคนตำแหน่งนายกฯให้คุณอภิสิทธิ์ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็จบกัน อย่าไปคาดหวังอะไรกับนักการเมืองอีกแล้วในประเทศนี้

เมื่อใจอยากทำเพื่อบ้านเมืองจริง ถึงเป็นฝ่ายค้านก็ทำงานให้ประชาชนได้เหมือนกัน ผมเคยเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์เมื่อได้เข้าสภา เป็น ส.ส. ทั้งสองสมัย อภิปรายไม่ไว้วางใจ สารวัตรเฉลิม เรื่อง โรงพัก 396 แห่ง ที่ไม่เคยมีใครคุ้ย แต่ผมขุดจนเจอ

ยังจำได้ว่าตอนนั้นคุณจุรินทร์ที่เป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ถามผมว่ามีอะไรกระทบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่? ผมยืนยันว่า ไม่มี เพราะผมอภิปรายคุณเฉลิม พรรคเพื่อไทย ที่เป็นฝั่งรัฐบาล ไม่เห็นเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ตรงไหน แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องดันกระทบชิ่งไปถึงคุณสุเทพ ที่เป็นผู้รับผิดชอบในยุคที่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อน จนถึงบัดนี้ เรื่องโรงพักร้างยังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช.

ที่ผมเล่าเพื่อให้เห็นว่า การเป็นฝ่ายค้านไม่ได้ด้อยค่าแต่อย่างใด ฝ่ายค้านเก่งๆคนเดียวล้มรัฐบาลได้ก็เคยมีมาแล้วไม่มีเรื่อง ก็ทำให้เป็นเรื่อง เรื่องเล็ก ก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ ก็ทำให้ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ตีฆ้องร้องป่าวเข้าไป เดี๋ยวมันจะมีพวก “วัวสันหลังหวะ” ที่ต่อหน้ายืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่เบื้องลึก ใจกล้าขาสั่น ถูกล่อเป้า กลายเป็นสายล่อฟ้า จนหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรี ต้องรีบปลดชนวนออก ก่อนจะพาเรือล่มทั้งลำ

แต่การเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีงบประมาณให้ ไม่มีอำนาจสั่งการอยู่ในมือ อย่างที่ “มังกรการเมือง” เคยเอ่ยไว้ว่า “เป็นฝ่ายค้าน มันอดอยากปากแห้ง” จึงขอเป็นรัฐบาลดีกว่า โดยอ้างว่าทำงานให้ประชาชนได้มาก

ใครลงทุนตอนหาเสียงไว้เยอะ ก็ได้กระทรวงที่งบประมาณมากไป ใครลงทุนน้อย จะหวังมากได้อย่างไร เอากระทรวงเล็กๆ งบประมาณจิ๊บจ๊อยไปก็พอ สมนำ้สมเนื้อกัน

ดังนั้น การได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ได้เกี่ยวกับความรู้ความสามารถแต่อย่างใด บางคนเป็นเจ้าของบริษัทรับเหมาเสียด้วยซำ้ ยังได้ไปคุมกระทรวงคมนาคม แต่ก่อนต้องวิ่งเอาใจข้าราชการในกระทรวงเพื่อจะได้งานประมูล พอเป็นรัฐมนตรี ข้าราชการกลับมาเอาใจ ชงเรื่องให้ถึงขนาดต้องหลับตาเซ็นอนุมัติ

“เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย” หลังการเลือกตั้ง นักการเมืองจึงต้อง “เก็บอุดมการณ์ไว้ในลิ้นชัก” ที่เคยหาเสียงไว้อย่างไรก็แกล้งทำเป็นลืมๆไป ขอเป็นฝ่ายรัฐบาลอิ่มหมีพีมัน สะสมทุนไว้ไปคืนชาวบ้านตอนซื้อคะแนนเลือกตั้งครั้งต่อไป

แทนที่จะยอมเป็นฝ่ายค้านคอยตรวจสอบรัฐบาล ย่อมมีศักดิ์ศรีกว่า เลือกตั้งเที่ยวหน้าคะแนนคงไม่ตำ่จนตกใจขนาดต้องหาหัวหน้าพรรคใหม่ ครั้งนี้ถึงแม้ไปร่วมรัฐบาล ก็เป็นได้ไม่นานอยู่แล้ว อย่างเก่งไม่เกิน 6 เดือน ได้ก้มหน้าเก็บกระเป๋าม้วนเสื่อกลับบ้าน อย่าไปคิดว่าจะได้อะไรมาก

เพราะหากยังตัดสินใจผิดอีก รอบหน้าอาจมีบางพรรคถึงขั้นสูญพันธุ์