มิใช่แค่เพียงบริษัทด้านการผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมระดับโลกธรรมดา ทว่า ยังเป็นบริษัทที่หาญกล้าท้าชนกับประเทศมหาอำนาจยักษ์ใหญ่อย่าง “สหรัฐอเมริกา” ได้อย่างไม่พรั่นพรึง แบบถึงพริก ถึงขิง ราวกับว่า จะเป็น “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ก็ไม่ปาน

สำหรับ “หัวเว่ย” บริษัทด้านการผลิตอุปกรณ์ที่ว่าสัญชาติจีน แดนมังกร ซึ่งกำลังต่อกรสัประยุทธ์ “สหรัฐอเมริกา” ภายใต้การนำของ “นายโดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบีคนปัจจุบัน

ก็ทั้งส่งซิกสะกิดให้ “แคนาดา” พันธมิตรประเทศเพื่อนบ้านช่วยล็อกตัว “นางเมิ่ง หว่านโจว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน หรือซีเอฟโอ ของหัวเว่ย กันก็แล้ว

ส่งสัญญาณให้ประเทศพันธมิตรอื่นๆ ทั้งในและนอกยุโรป ระงับโครงการที่จะอนุญาติให้ “หัวเว่ย” มาติดตั้งเครือข่าย 5 จี (5G) ในประเทศต่างๆ ด้วยข้ออ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์กันก็แล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า ท่าจะไร้ผล ไม่พึงประสงค์สำหรับสหรัฐอเมริกาสักเท่าไหร่

โดยในรายของ “นางเมิ่ง หว่านโจว” ซีเอฟโอของหัวเว่ย วัย 47 ปี บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของ “นายเหริน เจิ้งเฟย” ผู้ก่อตั้ง “หัวเว่ย” นั้น ถูกทางการแคนาดา ควบคุมตัวขณะเดินทางมายังนครแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ปลายปีที่แล้ว ซึ่งถึง ณ เวลานี้ ทาง “นางเมิ่ง หว่านโจว” กำลังดำเนินการต่อสู้ในทางคดี เพื่อมิให้ทางการแคนาดา ส่งตัวเธอไปยังสหรัฐฯ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีที่ทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่า บุตรสาวของหัวเว่ยรายนี้ เล่นบทซิกแซก ในการทำธุรกรรมกับอิหร่าน ประเทศที่ถูกสหรัฐฯ มีคำสั่งมาตรการคว่ำบาตร หรือแซงก์ชันทางเศรษฐกิจ อันมีผลถึงห้ามบริษัท ห้างร้านต่างๆ ทำธุรกรรมค้าขายกับอิหร่านด้วย จึงเท่ากับว่า ซีเอฟโอของหัวเว่ย ละเมิดมาตรการแซงก์ชันที่ประกาศโดยทางการสหรัฐฯ

นางเมิ่ง หว่านโจว

ทั้งนี้ มีรายงานล่าสุดจากนางเมิ่ง ระบุว่า เธอจะสู้ไม่ถอย คือ สู้ยิบตา ในการที่จะไม่ให้ตัวเธอถูกทางการแคนาดาส่งตัวไปยังสหรัฐฯ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนอย่างถึงที่สุด

ขณะที่ การสกัดติดตั้งเครือข่าย 5จี (5G) ในบรรดาประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ปรากฏว่า ล่าสุด ทางการวอชิงตันของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ส่ง “นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” เดินทางไปอังกฤษ เพื่อเจรจากับ “นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี” และ “นายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” ถึงที่กรุงลอนดอน เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อย้ำถึงจุดยืนของสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องการให้บรรดาประเทศพันธมิตร รวมถึงอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ นั้น ใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมของหัวเว่ย ด้วยข้ออ้างถึงเหตุผลเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์ อย่างการสอดแนม การเจาะหรือแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ ตามหน่วยงานต่างๆ

นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ (ขวา) พบปะกับนายเจเรมี ฮันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ ที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ

อย่างไรก็ดี ทางอังกฤษ ได้แสดงท่าทีซึ่งมีขึ้นไปก่อนหน้าว่า กำลังที่จะวางแผนให้หัวเว่ย เข้ามาช่วยวางระบบเครือข่าย 5จี ข้างต้น ในแบบ “จำกัด”

นอกจาก5 จี แล้ว เครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมยุคใหม่อื่นๆ ทางการอังกฤษ ก็เผยท่าทีว่า มีแผนการที่จะว่าจ้างหัวเว่ย มาช่วยวางระบบให้ โดยทางการลอนดอน ระบุว่า จะให้หัวเว่ยได้แสดงบทบาทที่ว่า แบบ “จำกัด” อีกเช่นกัน

ทว่า แม้ทางการอังกฤษ ระบุว่า จะให้หัวเว่ยเข้ามาช่วยวางระบบเครือข่ายแบบ “จำกัด” ก็ตาม แต่ทางการ
สหรัฐฯ ของประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังวิตกกังวลกันอยู่ดี ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทางฝ่ายวอชิงตันคอยเน้นย้ำ

นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ (ซ้าย) เข้าพบนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่บ้านพักนายกฯ อังกฤษ ในกรุงลอนดอน

บรรดานักวิเคราะห์แสดงทรรศนะว่า การฝ่าท่าทีจุดยืนของสหรัฐฯ โดยอังกฤษที่มีขึ้นข้างต้น ก็อาจสร้างความสั่นสะเทือนในมิตรภาพความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองไม่มากก็น้อย ที่ดังจะเห็นได้จากถ้อยแถลงของนายพอมเพโอ ที่เจรจาแกมข่มขู่ในช่วงที่ผ่านมาว่า เหล่าประเทศตะวันตก ซึ่งรวมถึงอังกฤษด้วยนั้น ควรหลีกเลี่ยงสินค้าและบริการจากหัวเว่ย มิหเช่นนั้นเหล่าชาติที่ฝ่าฝืนอาจสูญเสียการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับสหรัฐฯ ก็เป็นได้

ทั้งนี้ มีรายงานโดยการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวรายหนึ่ง ระบุว่า ในการเดินทางเยือนอังกฤษของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้านี้นั้น ผู้นำสหรัฐฯ ก็จะไปเน้นย้ำกับทางการอังกฤษ ถึงเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ดี เหล่านักวิเคราะห์ เช่นจาก “ชัทแธม เฮาส์” ก็แสดงทรรศนะว่า ซุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนในความสัมพันธ์สหรัฐฯ กับอังกฤษ ตลอดจนชาติพันธมิตรอื่นๆ ของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก สำหรับโครงการวางระบบเครือข่าย 5 จี ที่หลายชาติสนใจให้หัวเว่ยช่วยวางระบบ

โดยเมื่อกล่าวถึงหัวเว่ยแล้ว ก็ต้องบอกว่า ณ ชั่วโมงนี้ ถือว่า มีความพร้อมที่สุด สำหรับการเป็นบริษัทที่จะได้รับว่าจ้างให้ไปวางระบบเครือข่าย 5 จี เพราะนอกจากความล้ำสมัยในเทคโนโลยีแล้ว ราคาค่างวดก็ยังถูกกว่าบริษัทอื่นๆ ด้วยประการฉะนี้ มีหรือที่ทรัมป์จะขย้ำหัวเว่ยให้อยู่หมัดได้ง่ายๆ

“หัวเว่ย” กับเครือข่าย “5จี (5G)”