พช.จับมือก.ต่างประเทศ ผนึกกำลังผลักดันสินค้า OTOP ไทยสู่ตลาดสากล ชูงาน “เทศกาลไทย”ปี 62 เพิ่มศักยภาพสินค้าไทยให้แข็งแกร่งมาก หลังปี 61 ผลสำเร็จเกินคาด

เมื่อวันที่ 6 พ.ค.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนการนำสินค้า OTOP ไปจัดแสดงและจำหน่ายใน “งานเทศกาลไทย” หรือ “Thai Festival” ตามแนวทางด้านการทูตเชิงเศรษฐกิจ ที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทย 97 แห่งทั่วโลกได้ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยจนนำไปสู่การเปิดใจยอมรับสินค้าและวัฒนธรรมไทยหลากหลายประเภท โดยตลอดทั้งปี 2561 ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยได้จัดงานเทศกาลไทยรวม 44 แห่ง มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมออกงาน 1,413 ราย และมีประชาชนเข้าร่วมงานรวม 1,483,720 คน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งที่กรุงโตเกียว วันที่ 12-13 พ.ค.61 ที่กรุง มัสกัต ประเทศโอมาน วันที่ 26-28 เม.ย.61 และที่ นครแวนคูเวอร์ วันที่ 21-22 ก.ค.61 มีการจำหน่ายสินค้าOTOP ได้รับความสนใจจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างความสำเร็จของงานเทศกาลไทยที่ได้จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา

อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวต่อว่า  ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นได้นำมาสู่การผลักดันอย่างต่อเนื่องด้วยโครงการ “Thai Festival 2019: Local Best, Global Taste” หรือ “งานเทศกาลไทย : สินค้าดีทั่วไทย ก้าวไกลทั่วโลก” เพื่อส่งเสริมให้สินค้า OTOP ในระดับชุมชนได้มีโอกาสเปิดตัวในต่างประเทศ เพื่อเรียนรู้ทิศทางการตลาด และมาตรฐานของสินค้าในระดับสากล ภายใต้แนวทางการทูตเชิงเศรษฐกิจผสมผสานกับการทูตชุมชน มุ่งเน้นให้ผู้ผลิตในทุกชุมชนได้เข้าถึงโอกาสทั้งการเรียนรู้และการตลาดในต่างประเทศไปด้วยกัน ทั้งนี้ในปี 2562 มีโครงการนำสินค้า OTOP ในประเทศต่างๆ ได้แก่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมืองแฟรงเฟิร์ต ประเทศเยอรมัน และกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ globthailand.com

“ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งของการพัฒนา OTOP ในการผนึกกำลังหน่วยงานในการเสริมสร้างศักยภาพสินค้าไทยให้แข็งแกร่งมากขึ้น ช่วยผลักดันสินค้าชุมชนให้มีโอกาสทางการตลาดที่หลากหลาย สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนหมู่บ้านทั่วประเทศ ช่วยส่งเสริมให้สินค้าจากชุมชนของไทยก้าวไปไกลในระดับสากลที่จะส่งผลต่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของประเทศไทยต่อไป”อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว