นายธงชัย บุศราพันธ์ ประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม และกรรมการผู้จัดการ บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทจากนี้ไป จะเดินหน้าตามกลยุทธ์จากทีมผู้บริหารชุดใหม่ต่อเนื่อง โดย จะมุ่งเน้นให้บรรลุเป้าหมายสำคัญต่างๆ ทั้งยอดขายรวมที่มากกว่า 30,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า และอัตราผลตอบแทนต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 30% โดยจะยังคงรักษาอัตราส่วนของหนี้ต่อทุนสุทธิที่ 1.5 เท่า

นอกจากนี้บริษัทยังวางเป้าหมายที่จะบรรลุผลสำเร็จทั้งหมด ด้วยการสร้างรายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ที่บริษัทที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการทั้ง 7 โครงการ และการปรับเพิ่มสัดส่วนของโครงการในเซกเมนต์ที่มีการเติบโตและความต้องการสูง อาทิ เซกเมนต์คอนโดมิเนียมที่มีราคาขายอยู่ระหว่าง1-1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.รวมถึง การจัดการประสิทธิภาพของพอร์ทการลงทุนในที่ดินของบริษัทให้มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น และการให้สำคัญสร้างยอดขายในตลาดต่างประเทศ

ด้านแผนการลงทุนในอนาคตว่า บริษัทจะมีการเลือกเฟ้นที่ดินที่จะลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพสูง ติดกับแนวสถานีรถไฟฟ้า โดยได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ 3,000 ล้านบาทต่อปีในการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม

นายแฟรงค์ เหลียง รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินทรัพย์ที่สร้างเสร็จพร้อมเพื่อการขายและส่งมอบมูลค่ากว่า 6,000ล้านบาท และพื้นที่เชิงพาณิชย์มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวมีเป็นสินทรัพย์ที่มีต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน และไม่มีหนี้สินผูกพันอยู่ การเร่งสร้างยอดรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ที่เรามีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้เราได้ในทันที และสามารถสร้างอัตราผลกำไรสุทธิที่เป็นที่น่าพอใจให้กับบริษัท

สำหรับในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 บริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดต่างประเทศ โดยมียอดจองในไตรมาสที่ 1 ทั้งสามเดือนเป็น 60% เทียบกับยอดจองทั้งปี 2561 เป็นผลทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของโนเบิลฯ เติบโตขึ้นมากจาก 8% ในปี 2561 เข้าสู่ระดับที่มากกว่า 28% ในไตรมาสนี้ รวมทั้งเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดต่างประเทศของบริษัท โนเบิลฯ อย่างเข้มแข็ง ซึ่งเป็นผลทำให้ยอดขายเพื่อรอรับรู้รายได้ของโครงการที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นสูงกว่า 75%