แสงไทย เค้าภูไทย

หากจะเลิกรถตู้ ให้เลิกใช้ก๊าซในรถยนต์โดยสารสาธารณะทั้งหมดเสียเลยดีไหม หันมาใช้ไบโอดีเซลกับอี 85 แทน เพราะรถที่ชนกันจนเกิดไฟลุกท่วมรถนั้น ส่วนใหญ่เป็นรถใช้ก๊าซทั้งสิ้น โดยเฉพาะกรณีตายหมู่ 25 ศพเมื่อสัปดาห์ก่อน
แม้ก๊าซ(ธรรมชาติ)จะเป็นเชื้อเพลิงรถยนต์ที่มีราคาถูกที่สุดในขณะนี้
แต่รถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง ก็ทำให้ชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสารถูกตามไปด้วย
นักวิจัยโรคมะเร็งเอย นิสิตแพทย์เอย บัณฑิตเอย นักศึกษา พนักงานบริษัทเอยฯลฯ
ล้วนอยู่ในจำนวน 25 ศพในซากรถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ-ปราจีณบุรีคันนั้น

ชีวิตของพวกเขาไม่ควรจะมีค่าแค่ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยรวมกันเพียง 10 ล้านบาทเศษเท่านั้น
จริงอยู่การใช้ก๊าซเหลวทำให้ได้กำไรมาก
แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง รถติดก๊าซหรือชาวบ้านเรียกว่าแก๊สมักจะเกิดเพลิงไหม้
ทำให้ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ไม่กล้าเข้าไปช่วยผู้ติดอยู่ในรถด้วยเกรงว่ารถจะระเบิด
อย่างกรณีรถตู้ 25 ศพก็เช่นกัน มีแต่คนใช้มือถ่ายภาพเหตุการณ์ จนชาวเน็ตพากันรุมสวดว่าใจดำ

แต่แท้ที่จริงแล้ว พวกเขารู้อยู่แก่ใจว่า รถตู้โดยสารคันนั้น หรือไม่ว่าจะคันไหนๆร้อยทั้ง 100 % ใช้แก๊ส
และรู้ว่า รถต้องเกิดระเบิดแน่
ผู้โดยสารรถตู้จึงต้องทำใจกันไว้ว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง พวกเขาจะต้องดิ้นรนช่วยตัวเอง
และที่สำคัญที่สุด อย่าหลับ
อันที่จริงรถใช้แก๊สนั้น ความปลอดภัยของถังแก๊สมีสูงมาก เมื่อเกิดการชนกันรุนแรง แรงกระแทกจะทำให้หัวจ่ายแก๊สที่ติดกับตัวถังหลุด วาวล์จะปิดทันที
เฉพาะตัวถังแก๊สนั้น ต่อให้สิบล้อชนก็ไม่แตกหรือรั่ว

แต่ที่เป็นต้นเหตุแห่งเพลิงนั้น อยู่ที่หม้อต้มแก๊สที่อยู่ในห้องเครื่องยนต์
หม้อต้มแก๊สทำหน้าที่อุ่นหรือเพิ่มอุณหภูมิให้แก๊สซึ่งเมื่ออยู่ในถังจะมีสภาพเป็นของเหลว เมื่อจ่ายไปสู่ห้องเผาไหม้หรือเสื้อสูบจะต้องมีสภาพเป็นก๊าซและมีอุณหภูมิสูงพอที่จะจุดระเบิดไปดันลูกสูบ
ยังหาทางทำให้ระบบอุ่นหรือต้มก๊าซมีความปลอดภัยหรือนิรภัยไม่ได้
ทางที่ดีก็อย่าให้เกิดอุบัติเหตุจะดีที่สุด

ซึ่งก็ไม่สามารถป้องกันได้ 100% เพราะแม้เราจะไม่ชนเขา แต่เขาก็อาจมาชนเราได้
อย่างรถปิกอัพคู่กรณีนี้เป็นตัวอย่าง อยู่คนละฝั่งถนนแท้ๆรถตู้ยังข้ามร่องกลางถนนมาชนได้
หากจะลดอัตราเสี่ยง วิ่งเลนกลางหรือเลนใน น่าจะเสี่ยงน้อยกว่า
ทั้งนี้คนขับถือเป็นตัวจักรสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทั้งคน ทั้งรถปลอดภัย
คนขับถือเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในรถ ไม่ว่าจะรถตู้ รถแท็กซี่(ใช้แก้ซ) รถเมล์ รถทัวร์ ฯลฯ เพราะชีวิตคนทั้งคันรถรวมถึงตัวคนขับ ฝากไว้กับคนขับคนเดียว
คนขับรถตู้คันดังกล่าว ทราบว่าอายุเลยวัยเกษียณหลายปี แต่ยังแข็งแรงอยู่

ร่างกายแข็งแรง ไมได้หมายความว่า ระบบประสาทและสมองจะแข็งแรงไปด้วย
ตามปกติ มนุษย์จะเกิดอาการเพลียง่วง2 ช่วง คือกลางคืนตั้งแต่หัวค่ำเป็นต้นไปจนสว่าง กับกลางวันช่วงเที่ยงวัน
คนอายุเลย 60 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะมีอาการเพลียและง่วงในเวลากลางวันเป็นช่วงๆ ช่วงละ 3 ชั่วโมง
บางคนก็มีโรคประจำตัวตามประสาคนชรา :ซึ่งในคนแข็งแรงมักจะไม่แสดงอาการให้เห็น จนทำให้รู้สึกว่าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยอันใดเลย

แต่แท้ที่จริงมันแฝงอยู่ตามอายุ ถ้าใช้ร่างกายตรากตรำหรือทรมานสังขารมากๆ มันจะฟ้องออกมา
บางคนเกิดอาการวูบหลับนก หลับในขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่มีอาการง่วงเตือนมาก่อน
สมรรถนะทางร่างกายและระบบประสาทของคนขับรถจึงมีความสำคัญกว่าสมรรถนะของรถ ไม่ว่าจะขับใกล้หรือขับไกลแค่ไหน
สำหรับตัวรถนั้น ตามที่นายกฯมีปกาสิตมาว่า จะต้องแก้ปัญหาให้หมดภายใน 6 เดือนขณะที่กรมการขนส่งทางบกขานรับว่า จะให้เปลี่ยนจากรถตู้เป็นไมโครบัส 20 ที่นั่งภายใน 6 เดือน เร็วกว่าเดิมจากที่ให้ทยอยเปลี่ยน
เริ่มจากรถวิ่งระหว่างกรุงเทพฯกับต่างจังหวัด 5,000 คันก่อน
ขณะที่บขส.กระตุ้นให้ผู้เดินทางหันมาใช้บริการรถโดยสารของบริษัทหรือรถทัวร์แทนเพราะปลอดภัยกว่ามาก

ปลอดภัยนั้นจริงอยู่ แต่รถบางบริษัทออกจากทารถไปก็จริง แต่ไปจอดแช่รอผู้โดยสารเป็นจุดๆ จุดละกว่าครึ่งชั่วโมง
อย่างเช่นสายตะวันออกมีจุดจอดแช่อยู่ที่แยกบางนาเป็นต้น
นี่คือสาเหตุที่ผู้เดินทางเบื่อรถประจำทางของบขส.และรถร่วม หันมาใช้รถตู้แทน
สำหรับการใช้ก๊าซนั้น ในอนาคตควรจะยกเลิก ให้หันมาใช้ไบโอดีเซลสำหรับรถดีเซล และอี85 สำหรับรถเครื่องยนต์เบนซินแทน

เพราะนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการแก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรด้วย
ไบโอดีเซลนั้น ใช้น้ำมันปาล์ม(อเมริกาใช้น้ำมันถั่วเหลือง) ผสมกับน้ำมันดีเซลในสัดส่วนที่น้ำมันปาล์มมากกว่าดีเซล
ใช้ไบโอดีเซลกันมากๆ ปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาดที่เกิดขึ้นแทบจะทุกปีก็จะหมดไป
ส่วนอี 85 นั้น ใช้เอธน่อลหรือแอลกอฮอล์กินได้ที่หมักจากอ้อยหรือกากมันสำปะหลัง ปริมาณ85% เบนซินแค่ 15% เท่านั้น

ใช้กันมากๆ ปัญหาอ้อยและน้ำตาลทรายกับมันสำปะหลังราคาตกต่ำแทบจะปีเว้นปีก็จะหมดไป
บราซิลเป็นชาติที่ปลูกอ้อยมากที่สุดในโลกเคยมีปัญหาหนักกว่าเรามาก
แต่เมื่อฟอร์ดไปตั้งโรงงานในบราซิล รัฐบาลขอร้องให้ผลิตรถใช้เอธาน่อล100% คนบราซิลก็หันมาใช้รถเชื้อเพลิงเอธานอล 100% กันหมด
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านรถใช้เอธานอลล้วนๆจากบราซิลมาขอคำปรึกษาและมีโครงการรถ “ E 100”

แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล โครงการก็เงียบหายไป
ปีนี้ราคาน้ำมันดิบกำลังขาขึ้นเพราะกลุ่มโอเปกกับนอนโอเปกตกลงกันลดกำลังผลิตลงตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป
เรานำเข้าทั้งน้ำมันดิบทั้งก๊าซปีละประมาณ 133,000 ล้านบาท
ปีนี้น่าจะจ่ายเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและดอลลาร์แข็งเป็น 155,000 ล้านบาท

หันมาใช้ green and clean fuels เชื้อเพลิงเขียวสะอาด ช่วยชาติ ช่วยเกษตรกรกันทั้งเมืองดีไหม?