ขึ้นแท่นชาติผู้นำมหาอำนาจที่อยู่ภายใต้การจับจ้องของประชาคมโลก สำหรับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่เปิดประเทศสู่ภายนอกเพียง 39 ปี ก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด

จีนเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศ “แผนการริเริ่มแถบและเส้นทาง” Belt and Road Initiative (BRI) หรือเดิมที่รู้จักกันในชื่อ วัน เบลท์ วัน โรด One Belt One Roadโดยเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยในการประชุมครั้งนี้ มีบรรดาผู้นำสูงสุดจาก 37 ประเทศ รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติของไทยที่เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรกแล้ว ยังมีประเทศผู้สนใจมาฟังการประชุมจากเดิม 65 ประเทศเพิ่มเป็น 115 ประเทศ พร้อมทั้งเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เข้าร่วมประชุมด้วย

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่สุนทรพจน์ของ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เชิญชวนให้ชาติต่างๆมาเป็น “หุ้นส่วน” เชื่อมโยงโลกตามยุทธศาสตร์ BRIขณะเดียวกันก็ประกาศจุดยืนต่อต้านการกีดกันทางการค้า โดยจีนปาวรณาตนเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไม่ปิดกั้นสายธารเล็กๆให้ไหลเข้าร่วมเพื่อจะได้มีน้ำมาก นั่นก็คือผลประโยชน์ร่วมกัน ซี่งความร่วมมือในโครงการ BRI ยังเป็นการกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

สุนทรพจน์ของสี จิ้นผิง มีแผนจะเชิญผู้แทนพรรคการเมือง คลังสมอง และกลุ่มองค์การภาคประชาชน จากประเทศที่มีส่วนร่วมใน BRI จำนวน 10,000 คน มาแลกเปลี่ยนในจีน พร้อมประกาศว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มสังคมของประเทศรายทาง ใดำเนินความร่วมมือเพื่อยระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน นอกจากนี้ยัง ร่วมดำเนินโครงการอบรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การปราบปรามคอร์รัปชัน และด้านอื่น ๆด้วย

แน่นอนว่าข้อริเริ่มปักกิ่ง มีนัยยะการเมืองโลก ที่มากไปกว่าความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ จีนกำลังแผ่อิทธิพลไปตามเส้นทางสายไหมมากกว่าครึ่งโลก

สะท้านสะเทือนไปถึงสหรัฐอเมริกา ผู้นำชาติมหาอำนาจในอีกฟากหนึ่ง ที่กำลังดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า

อย่างไรก็ตาม เวทีประชุม BRI ที่ปักกิ่ง เป็นจังหวะสำคัญในการประกาศแสนยานุภาพของจีน และสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับนานาชาติ ที่น่าสนใจคือ การเน้นย้ำถึงหลักของความสุจริตและโปร่งใสของโครงการนี้ เพื่อลดแรงกดดัน

และจากจังหวะก้าวของจีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิง ก็คาดการณ์ได้ไม่ยากว่าจีนจะผงาดเป็นเจ้าโกในไม่ช้า

สำหรับประเทศไทยนั้น มีโครงการที่เป็นส่วนหนึ่งของ วัน เบลท์ วัน โรด คือโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และนครราชสีมา-หนองคาย ที่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองมากว่า 5 ปี ที่รอความชัดเจนอยู่เบื้องหน้า ที่ไม่เพียงแค่ไม่ให้ตกขบวนแต่ต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรภายในประเทศ