จนกว่าจะหมดสัญญา ป้องกันผู้รับสัมปทานมาขอขึ้นทีหลัง ไม่ให้กระทบปชช. เตรียมหารือมหาดไทย

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะผู้บริหารกทม.ครั้งที่ 9/2562 กรณีเมื่อวันที่ 11 เม.ย.62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2562 เรื่อง การดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งระบุว่า โดยที่ปัจจุบันการจัดการบริการขนส่งสาธารณะโดยรถไฟฟ้า ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต – แบริ่ง ช่วงบางหว้า – สนามกีฬาแห่งชาติ ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ยังมีปัญหาในการบูรณาการทั้งการบริหารจัดการโครงการและการบริหารจัดการสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟฟ้าที่ยังไม่มีความเป็นเอกภาพ จำเป็นต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อให้การเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เป็นโครงข่ายเดียวกัน อำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางของประชาชน ผู้โดยสาร และกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน

ทั้งนี้ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้า คสช. จึงมีคำสั่งให้ กทม.ดำเนินการจ้างผู้ประกอบการเอกชนเพื่อติดตั้งระบบรถไฟฟ้า จัดการเดินรถไฟฟ้า และบริหารการเดินรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง – สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ซึ่งเป็นโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน นอกจากนี้ ให้ก.มหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งปันผลประโยชน์จากค่าโดยสาร รวมถึงหลักเกณฑ์อื่นๆ ในการรวมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีสะพานตากสิน – สถานีบางหว้า และช่วงสถานีอ่อนนุช – สถานีแบริ่ง ซึ่งเป็นโครงการส่วนต่อขยายที่ 1 และโครงการส่วนต่อขยายที่ 2 อีกทั้งให้เจรจาร่วมกับผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ต่อกรณีดังกล่าว ผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า กทม.ได้กำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายไว้ที่ไม่เกิน 65 บาท จนหมดสัญญา ไม่มีเงื่อนไขให้ผู้รับสัมปทานมาขอขึ้นค่าบริการทีหลัง เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับก.มหาดไทย