เบื้องต้นพบมี 8 จุดที่เป็นปัญหา โดยสำนักอนามัยคิดค้น เมื่อนกสูดกลิ่นจะไม่ชอบและบินหนีไปที่อื่น พร้อมสำรวจกำหนดจุดบริการผู้ป่วยฉุกเฉินเพื่อส่งต่อรพ.ได้เร็ว

นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกทม.ลงพื้นที่สำรวจ เส้นทางขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค เนื่องในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยกล่าวว่า ได้ติดตามแผนการระบายและส่งต่อกรณีที่มีผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินฯ เพื่อกำหนดว่าจะต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างไร รวมไปถึงการกำหนดจุดจอดรถกู้ชีพฉุกเฉินให้มีความเหมาะสมครอบคลุมตลอดเส้นทางเสด็จฯ เพื่อความพร้อมในการนำผู้ป่วยฉุกเฉินส่งต่อไปยังโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังสำรวจจุดเสี่ยงที่จะมีนกพิราบในเส้นทางเสด็จฯ โดยก่อนหน้านี้ กทม.ได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้อาหารนกพิราบแต่ยังก็พบผู้ฝ่าฝืน ซึ่งขณะนี้สำนักอนามัย ได้คิดค้นสารที่สกัดจากเมล็ดองุ่น เมื่อนกสูดกลิ่นสารสกัดนี้เข้าไปนกจะเกิดอาการระคายเคืองและไม่ชอบ ซึ่งจะทำให้นกอพยพออกจากบริเวณที่ฉีดพ่นสารสกัดดังกล่าว

ทั้งนี้ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะไม่ส่งผลกระทบต่อคน  ซึ่งในสภาวะอากาศร้อนๆ สารสกัดดังกล่าวจะระเหยหมดไป ภายในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง  ซึ่งจากการสำรวจเส้นทางในวันนี้พบว่ามีประมาณ 8 จุด ที่จำเป็นต้องฉีดพ่นสารสกัดฯ  ประกอบด้วย บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง โรงแรมรัตนโกสินทร์ แพร่งภูธร สวนสราญรมย์ สนามหลวง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และถนนอัษฎางค์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีหลังจากทำการสำรวจเสร็จสิ้นจะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นระยะๆ  และจะทำความเข้าใจกับประชาชนในการงดให้อาหารนกในบริเวณดังกล่าว ส่วนการฉีดพ่นสารสกัดฯ จะดำเนินการหลังจากการซ้อมใหญ่ขบวนพยุหยาตราทางสถลมารคต่อไป

สำหรับ จุดให้บริการทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 6 โซน ครอบคลุมเส้นทางขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค (จากพระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ปราสาท วัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดเชตุพนวิมลมังคลาราม  โดยแต่ละโซนจะมีหน่วยงานทางการแพทย์คอยกำกับดูแล ประกอบด้วย โซน 1 โรงพยาบาลเลิดสิน โซน2 โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โซน 3 โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โซน 4 โรงพยาบาลราชวิถี โซน 5 โรงพยาบาลกลาง และโซน 6กรมการแพทย์ทหารเรือ