ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา การเดินทางกลับภูมิลำเนา การท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ช่วยกระตุ้นหัวใจให้เศรษฐกิจไทยได้บ้าง

ก่อนหน้านี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า สงกรานต์ปีนี้ เงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 135,837.56 ล้านบาทเติบโตเพียงร้อยละ 2.76 เมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 2561 ที่มีอัตราเติบโตถึงร้อยละ 3.50 หรือมีเม็ดเงิน 132,126.87 ล้านบาท

จากรายงานดังกล่าว สะท้อนแนวโน้มของสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีทิศทางไม่สดใสนัก เมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับ รายงานของศูนย์วิจิยกสิกรไทยแล้ว ก็พบว่าปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ต่างจังหวัด รายงานว่าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนช่วงอีก 3 เดือนข้างหน้า นั้นน่ากังวล เพราะมีการปรับตัวลดลงจากระดับ 47.4 ในการสำรวจช่วงเดือนก.พ. และในเดือนมี.ค.อยู่ที่ระดับ 47

ในรายงานระบุด้วยว่า การปรับตัวลดลงนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ครัวเรือนไทยมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อสภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของตนเอง หลังทิศทางการเมืองภายในประเทศมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น โดยประเด็นที่ครัวเรือนมีความกังวลเพิ่มขึ้น คือ เรื่องค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้) และระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายครัวเรือนไทยปรับขึ้นมาจากในกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ช่วงระหว่างวันที่ 12-16 เมษายนที่ผ่านมา เช่น ทำบุญ ท่องเที่ยว เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมไปถึงพบปะสังสรรค์กับเครือญาติและเพื่อนฝูง

ขณะที่ประเด็นเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศที่ครัวเรือนไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่า สินค้าหลายรายการน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงราคาพลังงานและบริการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศปรับตัวเร่งขึ้นในเดือนมีนาคม 2562 ประกอบกับการปรับขึ้นค่าโดยสารประจำทางจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 เมษายนนี้

ในรายงานยังระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยในช่วงไตรมาสที่ 2 ยังเผชิญหลายปัจจัยกดดัน ทั้งในเรื่องสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะกระทบต่อรายได้ครัวเรือนเกษตร โดยเฉพาะครัวเรือนเกษตรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ ประเด็นทางการเมืองที่ยังคลุมเครืออาจส่งผลให้ครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะข้างหน้า

ความชัดเจนทางการเมือง ความชัดเจนของรัฐบาล และนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มีผลสำคัญต่อปัญหาปากท้องของประชาชน ฝ่ายการเมืองที่ยังยักแย่ยักยันกันอยู่นี้พึงตระหนักและเร่งหาข้อสรุปออกจากภาวะสุญญากาศนี้โดยไว