“ศปถ.”สรุปสงกรานต์ 4 วันดับแล้ว 237 ราย เจ็บ 2,322 ราย ขณะที่ “อุดรฯ-โคราช” ครองแชมป์ 11 ศพ เผยยอดเมาแล้วขับสูงกว่าปีก่อน ขู่พบประวัติเคยทำผิดสั่งลงโทษไม่รอลงอาญา

วันที่ 15 เม.ย. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงข่าวข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 ว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. 2562 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 567 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 59 รายผู้บาดเจ็บ 598 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ การดื่มแล้วขับ,ขับรถเร็ว และพาหนะที่ยังครองแชมป์เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ ทั้งนี้สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 2,232 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสม 237 รายผู้บาดเจ็บ 2,322 คน โดยจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยมี 12 จังหวัดส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่นครศรีธรรมราช 81 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ นครราชสีมา และอุดรธานี 11 ราย

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า หลายพื้นที่ยังมีการเล่นน้ำ ขณะที่ประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับ โดยภาพรวมสถิติ 4 วันที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตลดลง ขณะที่ทุกฝ่ายสามารถบูรณาการร่วมกันบรรลุเป้าหมายได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งให้ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา และทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลประชาชน ลดอุบัติเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับกฎหมายเพื่อป้องกันเมาแล้วขับ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การขับขี่จักรยานยนต์ไม่สวมหมวกกันน็อค โดยจัดตั้งจุดคัดกรอง จุดสกัดพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลทางหลวงและทางพิเศษให้แต่ละเส้นทางไหลลื่น เตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็วดูแลอุบัติเหตุ และฝากประชาชนเตรียมร่างกายพักผ่อนให้เพียงพอ และตรวจสอบสภาพรถให้พร้อม

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเมาแล้วขับในปีนี้จับได้มากขึ้น เกือบ 20,000 ราย ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา 20 เปอร์เซ็นต์ โดยได้รวบรวมหลักฐานประวัติการทำผิดเพื่อเพิ่มโทษให้หลาบจำและให้ศาลเห็นถึงข้อเท็จจริงลงโทษโดยไม่รอลงอาญา นอกจากนี้ยังมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และการตรวจเลือดในอุบัติเหตุเพื่อหาสาเหตุว่าเมาแล้วขับหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือ และสายเหนือ ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ มีการจราจรที่หนาแน่นจะเข้มงวดเป็นพิเศษ รวมถึงเปิดช่องทางพิเศษหากการจราจรสะสมและร่วมกับจิตอาสาในการดูแลประชาชนตามจุดพักรถต่างๆ เชื่อว่าตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 16-17 เมษายนนี้ จะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับ