PTT-KV-DJSI-Online

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

แม้ว่าการเลือกตั้งจะผ่านไปแล้ว แต่ควันหลงของการเลือกตั้งก็ยังคงอยู่ในกระแสและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหลากหลายแง่มุม ซึ่งแต่ละบุคคลต่างก็พูด...ก็วิจารณ์ไปตามอารมณ์ ความรู้สึก มุมมองที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในมิติของต่างประเทศที่มองดูการเลือกตั้งไทยนั้น ดูเหมือนจะมองว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้อนให้การเมืองไทยสู่ตันŽ

สำนักข่าวรอยเตอร์เสนอรายงานสถานการณ์ของไทยภายหลังการเลือกตั้ง โดยชี้ว่า ในขณะนี้ พรรคการเมือง ปีกประชาธิปไตยŽ ประกาศว่าฝ่ายตนมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ เพราะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นปีกนิยมทหาร อ้างสิทธิในการเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีผลคะแนนมหาชนมากกว่าพรรคอื่นๆ

แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง การจัดตั้งรัฐบาลไม่ง่ายอย่างนั้นสำหรับพรรคการเมืองทั้งสองฝ่าย เพราะพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะไม่สามารถเสนอบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เนื่องจากสามารถเสียงรวมกันแค่ 255 เสียง ซึ่งยังไม่ถึงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 376 เสียง

ดังนั้น พรรคฝ่ายสนับสนุนทหาร ซึ่งมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำด้วยเสียง 120 ที่นั่ง จะได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามจะดึงพรรคที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งมีที่นั่งรวมกันกว่า 100 เสียง ให้หันมาสนับสนุนปีกการเมืองของตน นอกจากนั้นต้องพยายามดึงสมาชิกพรรคประชาธิปไตยให้ย้ายค่าย ซึ่งหากทำไม่สำเร็จ รัฐบาลของอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารก็จะทำงานลำบาก เนื่องจากไม่สามารถผ่านกฎหมายได้ ร่างกฎหมายงบประมาณจะถูกคว่ำ และรัฐบาลจะแพ้มติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อเป็นเช่นนั้น บทสรุปสุดท้ายของการเมืองไทยจะวนกลับไปสู่การเลือกตั้งอีกครั้ง ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งหน้าก็อาจซ้ำรอยเดิม (อีกจนได้)

นี่คือ มุมมองของต่างประเทศต่อการเมืองไทย ซึ่งก็คงต้องยอมรับว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ แบบ ฟันธงŽ และ ตรงจุดตรงประเด็นŽ ก็คงไม่ผิดนัก แล้ว คนไทยŽ มองการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ว่าเป็นอย่างไร? ก็คงต้องพิจารณาจากเสียงสะท้อนซึ่งประชาชนได้นำเสนอผ่าน การสำรวจความคิดเห็นของ สวนดุสิตโพลŽ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งสอบถาม ประชาชนŽ จำนวนทั้งสิ้น 1,752 คน ในประเด็น ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมาŽ สรุปผลได้ ดังนี้

ประชาชนคิดอย่างไร? กับ การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า คำตอบŽ ที่ ประชาชนŽ ตอบมากที่สุด ร้อยละ 45.20 คือ มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ความไม่โปร่งใส การทำงานของ กกต. รองลงมา ได้แก่ ประชาชนตื่นตัว ออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ร้อยละ 21.28 เป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ มีผลต่อบ้านเมืองและเศรษฐกิจ ร้อยละ 16.55 รอลุ้นผลการเลือกตั้ง พรรคไหนจะจัดตั้งรัฐบาล ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 13.07 และ ถูกจับตามองทั้งสื่อในประเทศและต่างประเทศ ร้อยละ 10.15

สิ่งที่ประชาชนประทับใจ ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา คืออะไร? พบว่า คำตอบŽ ที่ ประชาชนŽ ตอบมากที่สุด ร้อยละ66.14 คือ ได้ทำหน้าที่ของตนเอง รองลงมา ได้แก่ ประชาชนตื่นตัว บรรยากาศการเลือกตั้งคึกคัก ร้อยละ17.30 ผู้สมัครที่ชื่นชอบได้เป็น ส.ส. ร้อยละ14.14 หน่วยเลือกตั้งอยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก ร้อยละ9.67 และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ร้อยละ8.56

สิ่งที่ประชาชนวิตกกังวล ในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา คืออะไร? พบว่า คำตอบŽ ที่ ประชาชนŽ ตอบมากที่สุด ร้อยละ69.47 คือ ความไม่โปร่งใส ทุจริตการเลือกตั้ง ผลคะแนนไม่ชัดเจน รองลงมา ได้แก่ การจัดตั้งรัฐบาล ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ร้อยละ28.88 ความขัดแย้ง ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจจะมีมากขึ้น ร้อยละ11.32 ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เป็นโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ10.37 และกลัวทำบัตรเสีย กาผิด เข้าใจผิด ร้อยละ4.26

จากผลการเลือกตั้งในภาพรวม ประชาชนมีความสมหวังหรือผิดหวังอย่างไร? พบว่า คำตอบŽ ที่ ประชาชนŽ ตอบมากที่สุด ร้อยละ48.74 คือ ผิดหวัง เพราะ ความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง การทำงานของ กกต. การประกาศผลล่าช้า ผู้สมัครที่ชื่นชอบแพ้ ฯลฯ รองลงมา ได้แก่ เฉยๆ ร้อยละ30.71 เพราะไม่อยากคาดหวัง ใครก็ได้ที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ฯลฯ และ สมหวัง ร้อยละ20.55 ได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของตนเอง ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามที่หวังไว้ ผู้สมัครที่ชื่นชอบได้เป็น ส.ส. ฯลฯ

จากผลการเลือกตั้งที่ปรากฎ ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่าจะทำให้สภาพบ้านเมืองเป็นอย่างไร? พบว่า คำตอบŽ ที่ ประชาชนŽ ตอบมากที่สุด ร้อยละ40.07 คือ เหมือนๆเดิม เพราะ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ คนในสังคมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ฯลฯ รองลงมา ได้แก่ แย่ลงกว่าเดิม ร้อยละ31.85 เพราะรัฐบาลที่เข้ามาใหม่อาจขาดเสถียรภาพ ไม่สามารถผลักดันนโยบายสำคัญออกมาได้ ความขัดแย้งทางการเมืองมีมากขึ้น ฯลฯ และ ดีขึ้นกว่าเดิม ร้อยละ28.08 เพราะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ส่งผลต่อความเชื่อมั่น เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลใหม่ต้องเร่งสร้างผลงานให้เห็น ฯลฯ

พิจารณาจากมุมมองของ ต่างประเทศŽ และ คนไทยŽ แล้วก็คงต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะไม่สามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างที่ใครหลายๆ คนคาดหวัง แต่แม้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็ขอแค่อย่า!! ฉุดให้สถานการณ์การเมืองไทย ดิ่งเหวไปกว่านี้เลยŽ เพราะถ้าแย่ไปกว่านี้แล้ว...ประเทศชาติ ประชาชนจะตกอยู่ในสภาพใด? ก็เป็นที่รู้รู้กัน...คงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาว!!