“1.ชีวิตมาจากไหน ?

ชีวิตทุกอย่างในโลกนี้เกิดโดยเหตุบังเอิญจริงตามที่วิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ เมื่อสสารต่าง ๆ ในโลกมารวมกันเข้าโดยบังเอิญ และตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่นอากาศร้อนเย็นและความชื้นความแห้งโดยบังเอิญ ชีวิตก็เกิดขึ้น ชีวิตเช่นนี้เป็นอัพยากฤต ไม่ดี ไม่ชั่ว ไม่ทุกข์ ไม่สุข เมื่อเกิดแล้วก็ต้องหาสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับชีวิต มิฉะนั้นก็จะอยู่ไม่ได้ เกิดในสิ่งแวดล้อมใดก็ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้น ต้องกินอาหารเลี้ยงกาย และต้องขับถ่ายออกมา เมื่อเกิดแล้วก็ต้องมีแก่ มีเจ็บ และมีตาย แตกสลายไปในที่สุด

2.กำเนิดจิต

คุณค่าต่าง ๆ ที่ถือกันอยู่ว่าอะไรดีอะไรชั่ว และอะไรน่ารักอะไรน่าชังนั้น เกิดจากวิวัฒนาการของชีวิตจริง ๆ เมื่อชีวิตเกิดขึ้นแล้ว ชีวิตก็ต้องแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีวิตและสิ่งแวดล้อมทีเหมาะสมเพื่อดำรงชีวิตให้คงอยู่ การดิ้นรนแสวงหานั้น ทำให้เกิดสิ่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า จิต จิตนั้นเริ่มรับรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดีสำหรับชีวิต บังคับให้กายเข้าหาสิ่งซึ่งมีประโยชน์ต่อชีวิต และให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อชีวิต

เมื่อต้องห่างจากสิ่งที่ชีวิตต้องการ ก็เกิดทุกข์ (ปิเยหิ วิปฺฌยโค ทุกฺโข) หรือ เมื่อต้องอยู่คลุกเคล้ากับสิ่งที่ชีวิตไม่ต้องการก็เป็นทุกข์ (อปฺปิเยหิ สม์ปโยโค ทุกฺโข)

3.ในวิวัฒนาการแห่งชีวิตจนถึงขั้นที่จิตเกิดขึ้นนี้ จิตก็เริ่มต่อด้วยความไม่รู้เหตุ คืออวิชชา ไม่รู้ว่าตนเกิดมาโดยเหตุบังเอิญแท้ ๆ แต่กลับนึกว่าตนนั้นมีตนเป็นของตน เกิดมาเพื่อเสริมตนให้ยิ่งใหญ่ต่อไป และเมื่อนึกเช่นนั้นแล้วก็นึกเตลิดต่อไปว่าตนนั้นมีชาติ มีภพ และชาติภพนั้นเที่ยง เมื่อประสบกับความไม่เที่ยงของธรรมชาติเข้า ชีวิตนั้นก็เป็นทุกข์ ความไม่รู้เหตุที่แท้จริง ความยึดในตน ความหระหายในชาติภพ และความเข้าใจว่าชาติภพนั้นเที่ยง เป็นเหตุแห่งทุกข์ นอกจากนั้นมนุษย์ยังนึกว่าชีวิตตนนั้นเป็นไปตามแผน มีตนเป็นผู้กำหนดแผนนั้น เมื่อการณ์ไม่เป็นไปตามแผนนั้นก็เกิดทุกข์อย่างยิ่ง

4.คุณค่าต่าง ๆ ตลอดจนอุดมการณ์ของมนุษย์เกี่ยวกับสังคมนั้น เกิดจากความดิ้นรนของมนุษย์ที่จะทำให้พ้นทุกข์หรือหลีกเลี่ยงจากทุกข์ เพราะฉะนั้นศีลธรรมที่มนุษย์ทำให้เกิดขึ้น ตลอดจนอุดมการณ์ต่าง ๆ ที่มนุษย์คิดขึ้นเพื่อสังคมนั้น จึงได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง จะแก้ได้ก็เพียงทุกข์ที่เกิดจากการกระทำผิดของมนุษย์เอง แต่ทุกข์ที่เกิดจากความไม่รู้ จากความหลงผิด เข้าใจผิด และยึดในสิ่งที่ไม่มีตัวของตัวเองนั้น คุณค่าและอุดมการณ์ที่มนุษย์กำหนดขึ้นเองไม่สามารถจะแก้ได้ สมเด็จเจ้าเมืองอังกฤษก็อธิบายไม่ได้

5.พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในทุกข์ ในเหตุแห่งทุกข์ ในความสิ้นทุกข์ และในทางที่จะถึงซึ่งความสิ้นทุกข์ ตลอดจนได้ตรัสรู้และประกาศสั่งสอนสัจธรรม ทั้งทางโลกและทางธรรมเมื่อ 2500 กว่าปีมาแล้ว ทรงอธิบายทุกข์ทั้งปวงได้ด้วยพระปัญญาและในทางทฤษฎี

6.คุณสมบัติของพระอรหันต์นั้นมิได้เกิดขึ้นได้จากการสร้างสรรค์หรือการทำให้เกิด แต่มีมาเองจากการทำให้ดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปัญญารู้แจ้งในทุกข์ ในเหตุแห่งทุกข์ ในความสิ้นทุกข์ และในทางที่จะทำให้สิ้นทุกข์