แสงไทย เค้าภูไทย

ขณะที่พรรคการเมืองกำลังใจจรดใจจ่อรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล คนไทยส่วนหนึ่งมีคำถามในใจว่า นโยบายสำคัญที่พรรคที่อยู่ในข่ายร่วมรัฐบาลประกาศไว้ในช่วงหาเสียง อย่างให้ปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น เป็นไปได้แค่ไหน ?

แม้จะไม่ถือเป็นเครื่องผูกมัด แต่คำพูดที่ถือเป็นนโยบายของพรรคในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ถือเป็นสัญญาประชาคม

หากละเลยหรือไม่พยายามขับเคลื่อนให้เป็นไปตามพันธสัญญา พวกเขาจะถูกลงโทษ ตั้งแต่ประนามไปจนถึงการไม่เลือกพรรคหรือบุคคลเหล่านัันในการเลือกตั้งครั้งใหม่

นโยบายทกัญชาเสรีŽ ที่เขียนไว้บนโปสเตอร์หาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่เชื่อว่าเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนลงคะแนนเสียงให้ก็คือ คนไทยสามารถปลูกกัญชาได้บ้านละ 6 ต้น

ด้วยคะแนนเสียงที่มาเป็นอันดับที่ 4 ทำให้ภูมิใจไทยอยู่ในข่ายได้ร่วมรัฐบาลแน่นอนที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ข้างเพื่อไทย หรือข้างพลังประชารัฐ

ถ้าได้เป็นรัฐบาล เชื่อแน่ว่าภูมิใจไทยจะเสนอนโยบายนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาฯเพื่อออกเป็นกฎหมายตามสัญญาประชาคม ส่วนจะได้หรือไม่ได้ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

มีความเป็นไปได้ขนาดไหน ที่คนไทยทั้งประเทศสามารถปลูกกัญชาที่บ้านของตนได้ถึง 6 ต้น

คำตอบคือ เป็นไปไม่ได้

เหตุผล คือ ในสภาผู้แทนราษฎร 500 เสียงนั้้น หากข้างเพื่อไทยเป็นรัฐบาลซึ่งมีเสียง ส.ส. (เขต) มาก อาจจะมีความเป็นไปได้ครึ่งทาง คือปลูกได้เฉพาะผู้เป็นแพทย์ทางเลือกที่ใช้กัญชารักษาโรคเช่นแพทย์แผนไทย แผนจีน หมอพื้นบ้าน ฯลฯ และวิสาหกิจที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ที่เรียกกันสามัญว่า พ.ร.บ. กัญชาทางการแพทย์Ž ระบุไว้แล้ว

แม้จะมีการรณรงค์ให้ปลูกกัญชาเสรีแก่เกษตรกรและ ประชาชนทั่วไป แต่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันก็ยังไม่กล้าเปิดให้ คงยึดตามรูปแบบเปิดให้ใช้ทางการแพทย์แบบสหรัฐและแคนาดา แต่ก็มีหลายรัฐที่เปิดให้ใช้ในด้านสันทนาการ( recreational marijuana) ด้วย

สำหรับการปลูก ยังคงอยู่ในความควบคุมอยู่ โดยผู้ปลูกจะต้องขออนุญาตหรือขอสัมปทานจากรัฐบาลประจำรัฐนั้นๆ โดยต้องเสียภาษี 3-4 %

ภาษีที่เก็บมากกว่าสินค้าและบริการอื่นๆนั้น เหตุผลเพื่อนำไปใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยชราและผู้ป่วยจากสารเสพติด

เมืองไทยวันนี้ กำลังกลายเป็นประชาคมสูงวัยหรือสังคมชราภาพ ที่รัฐบาล โดยเฉพาะส่วนงานสาธารณสุขกำลังกังวลอยู่

ทั้งนี้เพราะประชากรสูงวัย นอกจากจะพ้นวัยทำงานไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สร้างผลผลิตประชาชาติแล้ว ยังมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน

ลำพังเบี้ยคนชราหรือสวัสดิการคนจน ไม่สามารถสู้ ค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้

สหรัฐประสบปัญหานี้ก่อนเรา การปลดกัญชาจากาเสพติดประเภท 1 เป็นยาเสพติดระดับรอง ทำให้มีทางออกในการหารายได้มาเลี้ยงดูคนชราที่นับวันจะเพิ่มขึ้น

เราจึงอาจจะใช้โมเดลสหรัฐหรือแคนาดา พบกันครึ่งทางŽ แก้กฎหมายกัญชา

นั่นคือ ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่มีคุณสมบัตินอกจากที่ระบุใน พ.ร.บ.ยาเสพติดฯ เช่นเอกชน บริษัท ห้างร้าน เกษตรกร และผู้มีคุณสมบัติที่ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.ยาเสพติดปลูกได้

โดยจะต้องไปขอจดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐในด้านนี้ ทั้งนี้ด้วยเหตุผลเพื่อควบคุมปริมาณการผลิต และการจำหน่าย จ่ายแจกและเพื่อการจัดเก็บภาษีรัดกุม

ส่วนการอนุญาตให้ปลูกกันตามบ้านนั้น แม้แคนาดาจะให้ปลูกได้ครอบครัวละ 4 ต้น ผู้เสพ อายุต้องเกิน 18 และครอบครองได้คนละไม่เกิน 1 กรัม โดยรัฐควบคุมเข้มงวด

แต่กระนั้น ก็ยังมีกัญชาเถื่อนระบาด ตามที่จับกุมได้นั้น กัญชาเถื่อนมีเพิ่มขึ้นถึง 20%

ไทยเป็นชาติที่ประชากรหย่อนยานด้านวินัยและการเคารพกฎหมายมากชาติหนึ่งของโลก ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือกฎหมายจราจร

ถ้าปล่อยให้ปลูกกัญชาตามบ้านได้ แม้จะจดทะเบียนถูกต้อง แต่เชื่อเถอะ ให้ปลูกได้ 6 ต้น ก็คงจะแค่ไว้โชว์หน้าบ้าน

ในห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ฯลฯ ยังปลูกกันได้ทั้งนั้น ขอให้มีน้ำ มีแสงแดด(หลังคากระเบื้องโปร่งแสง) เท่านั้น เป็นขึ้นงามทุกที

เพราะกัญชามีลักษณะเป็นวัชพืช ขึ้นง่ายตายยาก แพร่กระจายเร็ว จนฝรั่งเรีกว่า weed วัชพืชหรือ grass หญ้า

ถ้ามีกัญชาเถื่อนออกมามากๆแบบแคนาดา 20% ของไทยน่าจะ 100%

คงได้มีกัญชาชนเดินหัวเราะกันทั้งประเทศ

ภาษีที่เรียกก็บจากผูู้ประกอบกิจการกัญชาคงไม่พอใช้เยียวยารักษาผูู้ป่วยเสพติดกัญชา

การที่เลื่อนกัญชาจาฐานะยาเสพติดประเภทที่ 5 เป็นประเภทที่ 2 เทียบเท่ามอร์ฟีนนั้น เพราะมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน คือใช้รักษาโรคได้ แต่ก็ทำให้เสพติด

กัญชานั้น มีผลต่อจิตประะสาท เพราะด้านหนึ่งมันมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาท ทำให้ผู้เสพรู้สึกผ่อนคลาย คึกครื้น สงบ ระงับ นอนหลับ ใช้มากๆถึงสลบ คิดช้า ตอบสนองช้า

ในรัฐที่เปิดกัญชาเสรีสันทนาการ พบว่าสถิติอุบัติเหตุทางรถยนต์มีเพิ่มขึ้นกว่ารัฐที่เปิดให้ใช้ทางการแพทย์ด้านเดียวถึง 5.8%

เหตุผลก็คือ กัญชาทำให้เฉื่อยชา ตัดสินใจช้าเพราะมันอยู่ในระบบร่างกายนานถึง 24 ชั่วโมงถึง 2 วัน ขณะที่สุราเริ่มสลายตัวนับแต่ 2 ชั่วโมงแรกหลังดื่มไปจนหมดใน 5 ชั่วโมง

นี่คือข้อมูลที่จะต้องเอาไปถกกันในสภาหากมีการขับเคลื่อนตามสัญญาของพรรคการเมือง

เป็นเรื่องอนาคตอันยาวไกล เพราะตอนนี้ยังโยนหัวโยนก้อยเลือกขั้วตัั้งรัฐบาลกันไม่จบ