ดร.วิชัย พยัคฆโส/payackso@gmail.com

ผ่านพ้นไปแล้วกับการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสนใจต่อการเมืองมากมายเป็นที่ปรากฏแล้วว่าพรรคใดได้คะแนนเป็นผู้นำที่จจะจัดตั้งรัฐบาล จะสามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้มากเพียงใด

เกมการเมืองในระบอบรัฐสภาเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ใครจะช่วงชิงคะแนนเสียงมารวมให้ได้มากสุด คงเริ่มจากการแต่งตั้ง ประธานรัฐสภา พรรคใดจะสามารถช่วงชิงมาได้ถือเป็นเป้าหมายแรกของการจัดตั้งรัฐบาลและการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ

คะแนนเสียงจาก สว. 250 เสียง จะทุ่มเทไปให้พรรคใดและจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี คงไม่ต้องสงสัยว่าจะสนับสนุนใคร คงหนีไม่พ้นพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ค่อนข้างแน่ เพื่อให้เป็นผู้นำประเทศ นำพาไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กับแนวนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ

การต่อยอดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของชาวรากหญ้ากับคนรวย คงได้เห็นกันว่าจะทำได้จริงเพียงใด เพราะหลายพรรคต่างก็เน้นที่ชาวรากหญ้าให้ความจนหมดไป โดยมุ่งประชานิยมกันทุกพรรค

แต่ที่แน่ๆจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลผสมจากหลายพรรคที่มีอุดมการณ์เหมือนๆกัน นั่นคือ สร้างชาติให้ก้าวหน้า แต่การจัดตั้งรัฐบาลต้องแบ่งปันรัฐมนตรีกันเป็นด้านๆ แล้วจะผสมผสานนโยบายระหว่างพรรคกันอย่างใด น่าสนใจ คงไม่เป็นไปเหมือนรัฐบาลเดิมที่ง่ายต่อการตัดสินใจ

บางพรรคต้องอกหักเพราะ ส.ส.เขตและปาร์ตี้ลิสต์ไม่ได้ดังใจบ้าง ทำให้จำนวน ส.ส.ทั้งหมดต้องหดหายไป ส.ส.รุ่นใหญ่ที่เคยเป็นนายกรัฐมตรีต้องสอบตกแบบไม่น่าเชื่อ การต่อรองกับผู้จัดตั้งรัฐบาลจึงแผ่วไปไม่เหมือนกับพรรคเล็กๆ ที่เคยลั่นวาจาว่าจะสนับสนุนนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นที่มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลผสม

ทำให้แฟนๆของบางพรรคต่างผิดหวังและสมหวังไปบ้าง ต้องถือว่าได้ทำหน้าที่ประชาธิปไตยให้แล้ว คงไม่ต้องมาแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอีก เพราะจากนี้ไปเราจะต้องช่วยกันสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้า

จากนี้ไปการหาเสียงจากประชาชนจะเป็นความหวังของบางพรรคต้องกลับไปทบทวนบทบาทในอดีตที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้าง กฎแห่งกรรมมันมีจริงไม่ต้องรอถึงชาติหน้า เห็นกันชัดๆในชีวิตนี้

พรรคใดที่ร่วมรัฐบาล อาจจะเกี่ยงไม่ได้ เพราะรับอาสาเข้ามารับใช้ชารติ พัฒนาชาติและประชาชน แม้ว่าจะได้กระทรวงที่มีงบประมาณน้อย แต่ถ้าหากทำผลงานให้ปรากฏ จะเป็นประวัติศาสตร์ของการทำงานเพื่อกรุยทางไปสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป

ทุกพรรคต่างหาเสียงว่าจะทำโน่นทำนี่ คงต้องทำให้เห็นจริงและนึกถึงประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ที่เขารอรับนโยบายประชานิยม นำความเจริญก้าวหน้าของประเทศให้เห็นได้ชื่นใจ ร่วมมือ ร่วมใจกันพัฒนาโดยไม่เกี่ยงงอนต่อตำแหน่ง หากช่วยกันได้เช่นนี้ยังพอมองเห็นทางของประเทศไทย 4.0 รออยู่