ตีโฉบฉวย/เสือตัวที่ 6

เหตุการณ์สะเทือนโลก เมื่อมือปืนบุกเข้าไปกราดยิงในมัสยิด 2 แห่ง คือมัสยิด Al Noor และมัสยิด Linwood ในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 49 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 20 คน นับเป็นครั้งที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิวซีแลนด์ โดยผู้ก่อเหตุเป็นชาวออสเตรเลีย อายุ 28 ปี อ้างชื่อตัวเองว่าเบรนตัน ทาร์เรนต์ ถูกตำรวจนิวซีแลนด์จับกุมได้แล้ว และจะนำตัวขึ้นศาลในข้อหาฆาตกรรมทันที โดยสำนักจุฬาราชมนตรีออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุความรุนแรงครั้งนี้ ใจความสำคัญสรุปว่า สำนักจุฬาราชมนตรีและพี่น้องชาวไทยมุสลิมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวพี่น้องมุสลิมที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้และขอพรต่ออัลลอฮ์ พระผู้เป็นเจ้า ทรงตอบแทนสรวงสวรรค์ให้แก่ผู้สูญเสียทั้งหลาย พร้อมกับขอชื่นชมเป็นกำลังใจให้รัฐบาลนิวซีแลนด์ซึ่งได้จับกุมกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว และเร่งคืนความสงบสุขให้กับชาวนิวซีแลนด์อย่างเต็มกำลัง ซึ่งสำนักจุฬาราชมนตรีขอส่งเสียงเพิ่มเติมต่อไปว่า ความรุนแรงจะต้องไม่เกิดขึ้นบนโลกนี้

การก่อการร้ายครั้งนี้สะท้อนให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงภยันตรายของแนวความคิดสุดโต่งรุนแรงที่เกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่ม อันเกิดจากการสะสมความเกลียดชังต่อผู้คนต่างความเชื่อ ต่างวัฒนธรรม และต่างศาสนา เป็นความสุดโต่งที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมรับความเป็นจริง กับสภาพสังคมโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสัจธรรมที่ปรากฏในคำสอนของศาสนาอิสลามว่า โอ้มนุษย์ชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิงและเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่าและตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน (อัล-กุรอาน 49:13)

ท้ายนี้สำนักจุฬาราชมนตรีขอวิงวอนให้ชาวมุสลิม ตั้งมั่นอยู่ในความอดทนอดกลั้น ให้ถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบททดสอบที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ละเว้นการใช้สื่อโซเชียลตอบโต้ด้วย การกระทำหรือการใช้วาจาที่นำไปสู่ความเกลียดชังซึ่งกันและกันซึ่งเป็นวิธีการและเป้าหมายที่กลุ่มสุดโต่งต้องการให้เป็นไปเช่นนั้น และขอเรียกร้องให้ผู้ศรัทธาในทุกศาสนาช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันช่วยกันป้องกันและขจัดแนวความคิดสุดโต่งและร่วมกันป้องกันศาสนสถานให้ปลอดจากความรุนแรงทั้งปวงและช่วยกันส่งเสียงแห่งสันติภาพรวมทั้งนำสู่การมีกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่จะร่วมกันสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมชุมชนเราต่อไป

ในขณะที่กลุ่มคนหัวรุนแรงที่มีแนวคิดสุดโต่งในฟากฝั่งขบวนการก่อความไม่สงบ กลับเพิกเฉย ละเลยต่อข้อเรียกร้องและเจตนารมณ์ของสำนักจุฬาราชมนตรีออกแถลงการณ์ดังกล่าวข้างต้น โดยมีใจความสำคัญที่ระบุชัดเจนว่า สภาพสังคมโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นสัจธรรมที่ปรากฏในคำสอนของศาสนาอิสลามว่า โอ้มนุษย์ชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชายและเพศหญิงและเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่าและตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน (อัล-กุรอาน 49:13) ซึ่งนั่นคือเจตนารมณ์ที่ชัดเจนยิ่งว่า มนุษย์ทั้งหลายใบนี้ ต้องยอมรับความแตกต่าง หากแต่ความแตกต่างนั้นจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งจนต้องเข่นฆ่ากัน มนุษย์ทุกคน ทุกหมู่เหล่า สามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างทางความคิด ความเชื่อ

หากแต่ยังมีกลุ่มทีมงาน IO (การปฏิบัติการข่าวสาร) ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวาน นอกจากจะละเลยเจตนารมณ์ในแถลงการณ์ของสำนักจุฬาราชมนตรีดังกล่าวแล้ว ยังได้กระทำการ ที่ตรงข้ามกับแถลงการณ์ดังกล่าว โดยได้ฉกฉวยโอกาสในความเลวร้ายครั้งนี้ ปลุกระดม สร้างความเกลียดแค้น ชิงชังให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ จชต. โดยแอบอ้างคำสอนของศาสดา ให้ลุกขึ้นต่อสู้กับมนุษยชาติด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศของความโศกเศร้าของคนทั่วโลกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มพี่น้องชาวมุสลิมเท่านั้น ที่มีต่อเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้ โดยแอบอ้างด้วยการ IO (การปฏิบัติการข่าวสาร) ในการถูกกดขี่ ข่มเหง รังแกจากรัฐที่มีต่อพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ และเชื่อมโยงมาสู่การต่อสู้ในพื้นที่ปลายด้ามขวานอย่างเลื่อนลอย

ปรากฏการณ์ IO ของคนในขบวนการร้ายปลายด้ามขวานแห่งนี้ จึงนับว่า เป็นการปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ ของกลุ่มคนที่มีหัวคิดที่ชาญฉลาดยิ่ง ในการฉกฉวย เชื่อมโยงการก่อการร้ายในต่างประเทศ เข้ามาสู่เหตุผลในการต่อสู้ของคนในพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างแยบยลยิ่ง และการ IO ครั้งนี้ เป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องกับความรู้สึกนึกคิดของคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทยอย่างมืออาชีพ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการแก้ปัญหา จชต.ของรัฐ ในขณะที่หน่วยงานความมั่นคงของรัฐ กลับประเมินสถานการณ์ไม่ทันกับจังหวะก้าวของนักคิดในขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ปฏิบัติการ IO อย่างมืออาชีพครั้งนี้ ซึ่งนั่น จะเป็นบทเรียนราคาแพงที่รัฐ จะต้องเร่งสร้างทีม IO มืออาชีพ เพื่อต่อกรกับทีม IO ของขบวนการได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้กระบวนการแก้ปัญหา จชต. เดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง และนำสันติสุขมาสู่พื้นที่แห่งนี้ได้ในที่สุด