วันอาทิตย์นี้ค่าฝุ่นพื้นที่กทม.-ปริมณฑลจัดอยู่ในโซนสีเหลืองคุณภาพอากาศปานกลาง 14 จุด คพ.คาดแนวโน้มพรุ่งนี้จะเพิ่มขึ้นอีก ขณะจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงอันดับ 1 โลก ค่าฝุ่นทะลุถึงกว่า 400 AQI ทิ้งไกลประเทศอื่น จิสด้าเผยจุดความร้อนสะสมปีนี้มากกว่าปีที่แล้วกว่า 2 พันจุดและยังไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ระบุสาเหตุสำคัญมาจากการเผาป่าน้ำมือของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นในทุกปี

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 24 มี.ค.62 ระบุ ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) ทุกพื้นที่ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงปานกลาง

ทั้งนี้ พบในพื้นที่กทม.และปริมณฑลมีพื้นที่สีเหลือง 14 จุด ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับปานกลาง และบางเขตใกล้แตะเส้นเกินมาตรฐาน โดยเขตที่มีค่าฝุ่นสูงที่สุดได้แก่ เขตบางพลัด 49 มคก./ลบ.ม. ตามด้วยเขตวังทองหลาง 46 มคก./ลบ.ม. เขตบางขุนเทียน 45 มคก./ลบ.ม. จังหวัดนครปฐม 45 มคก./ลบ.ม. เขตดินแดง 44 มคก./ลบ.ม.

จากแบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณ PM2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันพรุ่งนี้ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ขณะที่จากการจัดอันดับคุณภาพอากาศยอดแย่ของเมืองทั่วโลก Air quality and pollution city ranking ประจำวันที่ 24 มี.ค.62 เวลา 09.12 น. พบว่า เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย ครองอันดับ 1 ของโลก โดยมีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงที่สุดและห่างไกลจากอันดับที่ 2 เกือบครึ่งต่อครึ่ง โดยค่าฝุ่นอยู่ที่ 404 AQI ขณะที่ลำดับที่ 2 เมืองธากา ประเทศบังคลาเทศ อยู่ที่ 265 AQI สำหรับกทม.วันนี้ ค่าฝุ่นอยู่ในลำดับที่ 16 ของโลก โดยอยู่ที่ 124 AQI

ด้านสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ได้วิเคราะห์แนวโน้มจุดความร้อนสะสม 9 จังหวัดภาคเหนือกับปี 2561 ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าจุดความร้อนปีนี้สูงกว่าปีที่แล้วกว่า 2,000 จุด และคาดว่าอาจจะสูงกว่านี้อีก

สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเป็นจุดความร้อนส่วนใหญ่มาจากการเผาเพื่อกำจัดวัชพืช สำหรับการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก และการหาของป่า เป็นต้น ทั้งนี้ จิสด้าใช้หลักการวิเคราะห์แนวโน้มจุดความร้อน โดยดูจากสถิติจุดความร้อนย้อนหลัง ประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดัชนีภัยแล้ง ปริมาณน้ำฝนคาดการณ์ และที่สำคัญคือสถานการณ์ไฟป่าอันเกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ที่เพิ่มสูงขึ้น