ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.35 น.ของวันที่ 23 มี.ค.62 ร.ต.อ.สมยศ นิสัยดี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สำรอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีได้รับแจ้งจากตำรวจสายตรวจจุดบริการประชาชนบ้านสระเศรษฐี หมู่ 5 ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วงฯ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ชนกับรถตู้โดยสารแบบไม่ประจำทางเสัยหลักตกลงไปในคลองชลประทานสายบ้านถ้ำ-เพชรบุรี คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายราย หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุชาย เทศชบุตร ผกก.สภ.สำรองฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุนายสุชน ทิวากร ผอ.ศูนย์หนึ่งใจ...ช่วยเหลือผู้ประสบภัย มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครรวมทั้งนักประดานน้ำเร่งระดมกำลังเดินทางไปช่วยเหลือ และสามารถช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย นำส่ง รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ซึ่งเป็นแรงงานชาวลาว และเวียดนามที่นั่งโดยสารมากับรถตู้คันที่ประสบอุบัติเหตุครั้งนี้ จำนวน 15 คน รวมทั้งคนขับซึ่งรอดชีวิต ส่วนอีก 10 จมน้ำหายไป ซึ่งนักประดาน้ำได้ลงทำการงมค้นหา

ต่อมาเวลา 12.00 น นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนายอธิสรรค์ อินทร์สตา นายอำเภอท่าม่วง พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี
และ พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งนายจีระกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ 9ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นักประดาน้ำทำการลงงมค้นหาร่างของผู้ที่จมน้ำหายไปซึ่งคาดว่าน่าจะจมน้ำเสียชีวิตแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในที่เกิดเหตุบนถนนสายดังกล่าวซึ่งเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำทำการลงงมค้นหาร่างของนักท่องเที่ยวชาวลาว 9 คน เวียตนาม 5 คน เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากต้องประสบปัญหาอากาศที่ร้อนจัด กระแสน้ำในคลองชลประทานไหลเฉี่ยวกราด การลงงมค้นหาจึงต้องหยุดพักชั่วคราว

จากนั้นทางมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ) จึงได้วิทยุประสานไปยังมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ มูลนิธิรวมใจราชบุรี มูลนิธิสว่างสรรเพชร และมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ และมูลนิธิราชานุสรณ์ เพื่อขอนักประดาน้ำมาช่วยลงงมค้นหา และในที่สุดนักประดาน้ำของมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ศาลเจ้าพ่อขุนรัตนาวุธ) ก็สามารถทำการงมค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 9 ศพที่ติดอยู่ในซากรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าคอมมิ้วเตอร์สีเขียว หมายเลขทะเบียน 30-1853 จันทบุรีซึ่งอยู่ในสภาพพังยับทั้งคัน

จากนั้นนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญญจนบุรี จึงได้สั่งการให้มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(ศาลเจ้าพ่อขุยรัตนาวุธ) ทำการเคลื่อนย้ายศพไปไว้ที่ รพ.ฯ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพ

เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถตู้โดยสารส่วนบุคคลคันดังกล่าวได้นำแรงงานชาวลาว เวียตนาม จำนวน15 คน ซึ่งเป็นแรงงานทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานครฯ เดินทางมาท่องเที่ยวทำบุญตามวัดต่างๆ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

หลังกลับจากต่อบัตรวีซ่าหนังสือเดินทางที่บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นที่เรียบร้อย รถคันดังกล่าวได้วิ่งมาตามถนนเลียบริมคลองฯ เมิ่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็น 4 แยกทางร่วมทางแยกผ่านคลองชลฯ ได้มีรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกขี้อ้อยจาก รง.น้ำตาลวิ่งมุ่งหน้าจากตัว อำเภอท่าม่วง เมื่อมาถึงบริเวณ 4 แยกที่ไม่มีไฟเขียวไฟแดง จึงพุ่งชนกันอย่างจัง ส่งผลทำให้รถพ่วง 18 ล้อ และรถตู้จนเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลองชลฯ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ ส่วนผู้ที่สูญหายอีก 1 ราย เป็นผู้หญิงคาดว่า อาจจะกระเด็นออกจากรถตู้ถูกกระแสน้ำพัดพาร่างจมน้ำหายไป ซึ่งนักประดาน้ำของมูลนิธิ 6 มูลนิธิ ได้กระจายกำลังลงงมค้นหาร่างผู้สูญหายอีก1 รายคาดว่าอาจจะจมน้ำเสียชีวิตแล้ว รวมอุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 10ศพ บาดเจ็บ 4 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามสอบสวนเพื่อหาสาเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มีรายงานข่าวว่า ล่าสุด เวลา 16.59 น.นักประดาน้ำส่มารถงมค้นหาร่างหญิงสาวที่จมน้ำหายไปขึ้นมาได้อีก 1 ราย

อนึ่ง​ เบื้องต้นพบว่า​ทั้งรถบรรทุก18ล้อตัวหัวและตัวพ่วงและรถตู้มีการทำประกันพ.ร.บ.ผู้ประสบภัยจากรถไว้กับบมจ.วิริยะประกันภัย