สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กรมสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ เร่งดำเนินการสืบสวน สอบสวน เพื่อขยายผล ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมผู้ต้องสงสัย จำนวน 4 ราย จากกรณีที่ใช้กล้องแอบถ่ายขนาดเล็กเพียง 1มิลลิเมตร ซุกซ่อนไว้ตามเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ปลั๊กไฟฟ้า ไดร์เป่าผม เป็นต้น ภายในโรงแรมจำนวนกว่า 30 แห่ง ในพื้นที่กว่า 10 เมืองทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนนำภาพที่ถูกบันทึกเป็นคลิปวิดีโอของผู้ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนราว 800 คู่ หรือ 1,600 คน ไปเผยแพร่ผ่านทาง “เว็บไซต์ลับ” ที่เข้าถึงได้เฉพาะกลุ่มที่สมัครเป็นสมาชิกเท่านั้น

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยดังกล่าว ทำรายได้จากการเผยแพร่คลิปวิดีโอลับ เป็นจำนวนเงินมากถึง 6,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ก่อเหตุมา โดยเงินจำนวนเงินดังกล่าวมาจากสมาชิกกลุ่ม

โดยมีรายงานว่า จากการสอบปากคำของชายผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมรายหนึ่ง เปิดเผยว่า บันทึกคลิปวิดีโอของคู่รักที่ตกเป็นเหยื่อจำนวนถึง 803 ชิ้น ก่อนนำไปเผยแพร่เว็บไซต์ลับเฉพาะกลุ่มข้างต้น ซึ่งใช้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศ

สำหรับ การพิจารณาคดีดังกล่าว หากศาลพิจารณาแล้วพบว่า มีความผิดจริง กลุ่มผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ก็จะถูกจำคุกเป็นเวลา 10 ปี และปรับเป็นเงินจำนวน 30 ล้านวอน

ขณะที่ ปฏิกิริยาจากประชาชนชาวเกาหลีใต้ ปรากฏว่า ได้ชุมนุมประท้วงต่อพฤติกรรมแอบถ่ายดังกล่าว โดยได้ชูป้ายแนะนำให้นักท่องเที่ยวอย่าเดินทางเข้ามายังเกาหลีใต้ เพราะอาจตกเป็นเหยื่อถูกแอบถ่าย ซึ่งการชุมนุมประท้วงมีขึ้นตามท้องถนนในกรุงโซล เมืองหลวงของประเทศ