เกิดได้บ่อยกับทุกเพศ-วัย โดยเฉพาะคนสวมส้นสูง นักเทนนิส นักบาส ฟุตบอล แนะปฐมพยาบาลถูกวิธี ห้ามประคบร้อน และดื่มของมึนเมา อาการจะยิ่งหนัก ระบุหากอาการไม่ดีขึ้นต้องหาหมอเพราะอาจกระทบกระดูกหรือเนื้อเยื่ออื่นๆ

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่า ในชีวิตประจำวันหลายคนคงเคยข้อเท้าพลิก ทำให้เกิดอาการปวดและบวมของข้อเท้า ซึ่งเรียกว่า ข้อเท้าแพลง เป็นการบาดเจ็บที่พบบ่อย เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย สาเหตุเกิดจากการบิด หมุน หรือพลิกของข้อเท้าอย่างรวดเร็วจนเกินช่วงการเคลื่อนไหวที่ปกติ ทำให้เอ็นยึดข้อต่อถูกยืดออกมากจนเกินไป หรือฉีกขาดจึงเกิดบาดเจ็บขึ้น มีอาการปวดและบวม หากรุนแรงอาจส่งผลให้เอ็นขาดทำให้ข้อเท้าหลวม และอาจเกิดการบาดเจ็บกระดูกอ่อนในข้อได้

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิดข้อเท้าแพลง อาทิ ก้าวพลาดหรือหกล้ม วิ่งหรือก้าวเดินบนพื้นผิวขรุขระ ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนจนข้อเท้าแพลง เช่น เทนนิส บาสเก็ตบอล ฟุตบอล มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะกับขนาดเท้า โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงจะเพิ่มโอกาสเกิดข้อเท้าพลิก รวมถึงผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุ หรือบาดเจ็บบริเวณข้อเท้ามาก่อน

สำหรับการป้องกันทำได้โดยสวมรองเท้าให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง หากเล่นกีฬาควรสวมรองเท้าให้ถูกต้องตามชนิดกีฬา หลีกเลียงการเดิน วิ่ง หรือกระโดดบนพื้นที่ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายข้อเท้าเป็นประจำ 3 – 4 วันต่อสัปดาห์

นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์กล่าวว่า อาการข้อเท้าแพลงแบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับคือ ข้อเท้าแพลงชนิดไม่รุนแรง มีอาการปวด บวม เล็กน้อย ข้อเท้าแพลงชนิดปานกลางมีการฉีกขาดของเอ็นบางส่วน ทำให้ปวด บวม เฉพาะที่และอาจมีเลือดคั่ง และข้อเท้าแพลงชนิดรุนแรง มีการฉีกขาดของเอ็นข้อเท้าทางด้านนอกทั้งหมด ทำให้ เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ปวด บวมมากและมีเลือดคั่ง อาจต้องผ่าตัด

ทั้งนี้ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นทำได้โดยป้องกันไม่ให้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นในบริเวณที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว พักการใช้งานข้อเท้าที่ได้รับบาดเจ็บ ประมาณ 2 - 3 วัน ใช้น้ำแข็งห่อด้วยผ้าประคบ15-20 นาที 3 - 5 ครั้งต่อวัน เพื่อลดอักเสบ ใช้สนับข้อเท้า หรือพันผ้าบริเวณที่บวม เพื่อช่วยป้องกันและจำกัดการเคลื่อนไหวรวมถึงลดอาการบวม โดยผ้าต้องยืดหยุ่นที่เหมาะสม ไม่รัด ตึงจนเกินไป และควรปลดผ้าพันออกเมื่อจะเข้านอน นอนยกข้อเท้าให้อยู่ในระดับสูงกว่าระดับหัวใจ หรืออาจนำหมอนมาหนุนที่ข้อเท้าเพื่อช่วยลดบวม

ที่สำคัญหลีกเลียงการประคบร้อน เพราะความร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ห้ามนวดเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไปบริเวณนั้นมากขึ้นและเพิ่มอาการบวม ห้ามดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้นและเพิ่มอาการบวม หากปฏิบัติตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีอาการรุนแรงที่อาจเกิดกับกระดูกหรือเนื้อเยื่อส่วนอื่นได้