กุศลยิ่งใหญ่ เด็กหนุ่มนักศึกษาอาชีวะ วัย 21 ปี ที่ จ.เพชรบูรณ์ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต บิดามารดา บริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยชีวิตคนอื่นได้อีก 5 ราย

เพชรบูรณ์ : เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 มีนาคม 2562 นพ.ศิริชัย แมงมีนาม พร้อมด้วย นางอมรรัตน์ กุลทิพรรธน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ และรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบพวงหรีดและเกียรติบัตรแก่ญาติ นายอภิรักษ์ ชุมพาลี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 7 ต.บุ่งน้ำเต้า อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ มีเลือดออกในสมอง มีภาวะสมองตาย และญาติได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะและดวงตาให้สภากาชาดไทย โดยมีทีมแพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เดินทางมาผ่าตัด เพื่อนำอวัยวะไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไป

นางสกุลตลา ชุมพาลี อายุ 42 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ปัจจุบันลูกชายกำลังเรียนหนังสืออยู่ระดับ ปวส.ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ และกำลังจะจบการศึกษาในอีกไม่กี่วัน โดยปกติลูกชายเป็นคนชอบบริจาคสิ่งของช่วยเหลือบุคคลอื่น รวมทั้งบริจาคเลือดให้แก่กาชาดมาโดยตลอด เหตุการณ์อุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงดึกของคืนวันที่ 11 มี.ค.2562 ขณะที่ลูกชายกำลังขี่รถจักรยานยนต์จากวิทยาลัย เพื่อจะกลับบ้านที่ ต.บุ่งน้ำเต้า ระหว่างทางได้เกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ซึ่งแพทย์ พยาบาลได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เมื่อเข้าสู่ภาวะสมองตาย พยาบาลได้มาพูดคุยเพื่อขอรับบริจาคอวัยวะของลูกชาย เพื่อนำไปช่วยเหลือชีวิตคนอื่น ตนเห็นว่าหากลูกชายเสียชีวิตแล้ว ร่างกายและอวัยวะก็จะถูกเผาไปโดยเปล่าประโยชน์ จึงเต็มใจที่จะบริจาคอวัยวะทุกส่วนที่สามารถนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ ตามที่ลูกชายเคยบริจาคสิ่งของและบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว

นางสกุลตลา ชุมพาลี กล่าวต่ออีกว่า หากลูกชายรับรู้ได้ ตนก็อยากจะบอกว่าแม่ภาคภูมิใจในตัวลูกมาก ที่ขณะยังมีชีวิตอยู่ก็มีจิตในการบริจาคสิ่งของและบริจาคเลือด แม่กระทั่งเสียชีวิตแล้วร่างกาย อวัยวะของลูกยังสามารถไปช่วยชีวิตคนอื่นได้อีกหลายคน และเชื่อว่าผลบุญในครั้งนี้จะนำพาให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดีในภายภาคหน้า

นายแพทย์ศิริชัย แมงมีนาม แพทย์โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ในกรณีผู้บริจาครายนี้สามารถผ่าตัดนำอวัยวะไปช่วยเหลือผู้อื่นหลายส่วน เช่น ตับ ดวงตา 2 ข้าง ไต 2 ข้าง ซึ่งสามารถนำไปช่วยเหลือผู้อื่นถึง 5 คน ซึ่งจริงๆ แล้ว ผู้บริจาครายนี้ญาติยินดีบริจาคอวัยวะทุกอย่างที่สามารถนำไปช่วยเหลือบุคคลอื่น แต่ทั้งนี้เนื่องจากโรงพยาบาลยังขาดแคลนเครื่องมือในการดูแล เก็บรักษา รวมทั้งการขนส่ง ที่จะต้องรวดเร็ว แต่ทั้งนี้จังหวัดเพชรบูรณ์ ถือว่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีการบริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทย

ด้านนางชไมพร สีทอง พยาบาลวิชาชีพ กล่าวว่า สำหรับผู้บริจาครายนี้ หลังจากเราทราบว่าไม่สามารถที่จะช่วยเหลือชีวิตของผู้ประสบเหตุได้แล้ว และเข้าสู่ภาวะสมองตาย ตนจึงได้เข้าไปพูดคุยกับพ่อเพื่อขอรับบริจาค ซึ่งพ่อก็ขอเวลาปรึกษาหารือกับแม่และญาติ และได้แจ้งว่ายินดีที่จะบริจาคให้ทุกส่วนที่สามารถนำไปช่วยเหลือบุคคลอื่นได้ จึงได้แจ้งไปยังสภากาชาดไทย เพื่อส่งทีมแพทย์มารับบริจาคอวัยวะดังกล่าว.

ณัฏยา หารบุตร เพชรบูรณ์