สืบสานพระราชปณิธาน ‘ร.10’ สตม.จับมือนครบาล ท่องเที่ยว จัดอบรมโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร ลดอุบัติภัยบนท้องถนน“ขับขี่ปลอดภัย ปลูกฝังวินัย อุ่นไอรัก” ดึงโซเฟอร์ขับขี่รถสาธารณะ300 นายเป็นเบ้าหลอม หวังลดอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ห้องประชุมศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่แกรนด์วิว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร ลดอุบัติบนท้องถนน“ขับขี่ปลอดภัย ปลูกฝังวินัย อุ่นไอรัก” โดยภายในงานมี,พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. พล.ต.ต พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พล.ต.ต.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึงผบก.ตม.5 ให้การต้อนรับ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  กล่าวว่า จากการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ กำหนดให้มีโครงการอบรมเสริมสร้างวินัยจราจรในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ที่ผ่านมา ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงน้อมนำโครงการดังกล่าวมาต่อยอดริเริ่มโครงการรณรงค์เสริมสร้างวินัยจราจร ลดอุบัติบนท้องถนน เพื่อสืบสานปณิธานของพระองศ์ท่าน สอดรับกับตามมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒  เมื่อวันที่10 มกราคมที่ผ่านมา ได้เห็นชอบให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินโครงการเสริมสร้างวินัย ลดอุบัติภัยบนท้องถนน ด้วยการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ

ผบช.สตม. กล่าวว่า โครงการอบรมนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและลดอุบัติภัย  บนท้องถนนอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุที่เกิดจาก  รถยนต์รับจ้างสาธารณะ และเพื่อสร้างจิตสำนึกและมารยาทในการใช้รถใช้ถนนให้กับผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะ อีกทั้งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันและลดอุบัติเหตุ บนท้องถนน และความปลอดภัยที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนนของ ผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะ เพื่อได้ทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมรณรงค์ ลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง ซึ่งเป็นทางหนึ่งที่สามารถป้องกันและลดอุบัติภัยบนท้องถนนได้ อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาแล้ว 2 ครั้ง ในสนามบินดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และครั้งนี้ได้ขยายผลมาที่จ.เชียงใหม่

โดยสัปดาห์หน้าจะมีการอบรมวินัยจราจรในพื้นที่ภูเก็ต รวมทั้งขยายไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรองต่อไป อย่างไรก็ดีเชื่อมั่นว่าการอบรมวินัยจราจร จะทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุจากผู้ขับขี่รถสาธารณะ ที่ปัจจุบันพบว่า สูงมากติดอันดับโลกลดลง นอกจากการอบรมวินัยจราจรแล้วยังปลูกจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่รถสาธารณะทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การบริการนักท่องเที่ยวให้ดี ไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะด้านราคาหลังพบข้อร้องเรียนในพื้นที่เชียงใหม่เรื่องรถสองแถว หรือรถแดง ที่พบว่ามีการเรียกค่าโดยสารเกินตามจริงจำนวนมาก ซึ่งการอบรมครั้งนี้เป็นการจัดระเบียบเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศไทย อย่างไรก็ตามการอบรมครั้งนี้ผู้เข้าอบรมกว่า 300 นาย จึงเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการกระตุ้นจิตสำนึก แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กจุดหนึ่ง แต่เชื่อว่าจุดเล็กๆ นี้ สามารถผลักดันทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางสังคมได้ ผบช.สตม. กล่าว