ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน งาน “1 ทศวรรษ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่อง ครบรอบ 10 ปี โดยในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “หัตถศิลป์ล้ำค่า รักษาไว้ให้ลูกหลาน : The Artisanal Collectibles” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงชิ้นงานศิลปหัตถกรรมล้ำค่า ซึ่งผ่านองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษมายาวนาน ผ่านรุ่นสู่รุ่นมายังครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสกุลงานช่างชั้นสูงหลากหลายแขนง แต่ละท่านล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์และฝีมือเชิงช่างที่หาได้ยาก และพร้อมส่งต่อไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจในงานศิลปหัตถกรรมไทย

อัมพวัน พิชาลัย

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ SACICT กล่าวว่า SACICT มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน และยกระดับเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของงานศิลปหัตถกรรมของไทยให้เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์ของประเทศไทย ต่อยอดภูมิปัญญาให้เป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งงาน “1 ทศวรรษ อัตลักษณ์แห่งสยาม” ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจร่วมงานและอุดหนุนสินค้างานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่าจากฝีมือชั้นครูจำนวนมาก ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ แบ่งปันโอกาสแก่ชุมชนท้องถิ่นและชาวบ้านในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ภายในงานยังเป็นแหล่งเรียนรู้และรวบรวมองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรม มีประชาชนผู้ที่สนใจงานหัตถศิลป์ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้เข้ามาศึกษาข้อมูลจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้เรียนรู้และสัมผัสกับประสบการณ์ตรงนอกห้องเรียน จากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม อันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมได้ในอนาคต รวมทั้งได้ร่วมปลูกฝังให้เกิดความรักความสามัคคีกับคนในชาติ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทย

(กลาง) สาวิณี ชูรัศมี  และเพื่อนๆ

สาวิณี ชูรัศมี นักศึกษาจากเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง กล่าวว่า “วันนี้มากับเพื่อนๆ กลุ่มใหญ่ เลือกมางานอัตลักษณ์แห่งสยาม เพราะเห็นว่างานนี้ได้รวบรวมบุคลากรงานฝีมือเชิงช่างของไทยไว้มากที่สุด ทั้งครูช่างศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม จึงเป็นโอกาสดีที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะได้เข้ามาพูดคุย ศึกษาและเรียนรู้เรื่องงานช่างในงานนี้ โดยเฉพาะงานที่มีค่า ทำยาก ต้องใช้ความชำนาญอย่างมาก เช่น พวกงานโลหะ สลักดุน งานถมต่างๆ สนใจอยากมาเรียนรู้เรื่องงานดีไซน์ งานอาร์ตที่นำมาประยุกต์ในชิ้นงาน และมาพูดคุยกับครู เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับตนเองค่ะ ซึ่งบรรดาครูและทายาทต่างให้ความเป็นกันเอง และตอบข้อซักถาม บางท่านก็ให้ได้ทดลองทำเองจริงๆ สนุกสนานและได้ความรู้มากเลยค่ะ”

น้องไอซ์ - บัณฑิตา พลการ

ด้าน น้องไอซ์ - บัณฑิตา พลการ พร้อมเพื่อนๆเยาวชน จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง เล่าว่า “ดีใจมากๆที่ได้พบกับครูดังๆหลายท่าน ได้ถ่ายทอดความรู้ แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะครูพิรุณ ท่านเล่าประวัติที่มาของหุ่นกระบอกไทย ได้รู้ว่าหุ่นกระบอกมีความเป็นมาผูกพันกับวิถีไทยตั้งแต่ชาวบ้านไปจนถึงในรั้วในวัง ได้รู้ถึงวิธีการทำตัวหุ่น เสื่อผ้าอาภรณ์ เครื่องประดับ และการประกอบ ยิ่งได้รู้ว่าบรรพบุรุษเรามีฝีมือมากขนาดนี้ ก็ยิ่งภูมิใจ ชื่นใจในความเป็นไทย รวมทั้งเป็นโอกาสดีที่ได้ลองเชิดหุ่นอีกด้วย ตั้งใจมาก ยิ่งดีใจเมื่อครูชมว่ามีแววยิ่งอยากศึกษาลึกซึ้ง วันนี้จึงสนุกสนานและได้ความรู้กลับไปมากมาย และตั้งใจจะนำเรื่องราวด้านศิลปหัตถกรรมไทยไปบอกต่อเพื่อนๆและอาจารย์ได้รับรู้ด้วยค่ะ”

การอนุรักษ์และร่วมสืบสานงานศิลปหัตถกรรมให้คงอยู่คู่กับประเทศไทยนั้น นอกจากการยกระดับวงการศิลปหัตถกรรม เชิดชูครูและทายาท พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้คนในยุคปัจจุบันแล้ว สิ่งสำคัญคือการที่คนรุ่นใหม่ใฝ่เรียนรู้และใส่ใจทักษะเชิงช่าง เพื่อนำมาต่อยอดโดยยังคงรักษารากของความเป็นอัตลักษณ์แห่งความเป็นไทยไว้