รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์/มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ขั้ว คำสั้นที่ คุ้นหู... สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่ คอการบ้านการเมืองไทย ในขณะนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...โดยเฉพาะสถานการณ์ ขั้วเอา คสช. โดยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีและ ขั้วไม่เอา คสช. และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ที่เชื่อมโยงไปสู่กระแสข่าวเกี่ยวกับ การจับขั้วตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง ที่เป็นภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงความสับสนวุ่นวาย การต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันของพรรคการเมืองๆ ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องน่าปวดหัว แต่ ประชาชน ต้อง ทน แห่งปีจริงจริง..!!

การแบ่งฝ่าย แบ่งขั้ว เป็นสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนในสังคม เพราะสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น บนโลก โดยธรรมชาติมักจะมีสิ่งที่อยู่ต่างขั้วกันเสมอ เช่น แม่เหล็กมี ขั้วบวก ย่อมมี ขั้วลบ สีมี ดำย่อมมี ขาว มี พระอาทิตย์ ย่อมมี พระจันทร์ หรือมี ความสว่าง ย่อมมี ความมืด เป็นต้น

ความคิดเรื่องการแบ่งขั้วการเมือง เกิดจากฐานทางความคิดเรื่องคู่ตรงข้าม (Binary opposition) เช่น ประชาธิปไตย-เผด็จการ, ขาว-ดำ, ถูก-ผิด โดยคำว่าขั้วการเมือง หมายถึง การยืนยันต่อตำแหน่งทางการเมืองที่แต่ละบุคคลหรือแต่ละพรรคการเมืองนั้น มีการแสดงออกถึงความแตกต่างทางทัศนคติและจุดยืนทางการเมือง

การแบ่งขั้วทางการเมือง ไม่ได้มีเพียงแค่ขั้วที่มีความแตกต่างทางแนวคิดเท่านั้น แต่แนวคิดทางการเมืองเหมือนกันก็มีการแบ่งขั้ว เช่น การเมืองระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐอเมริกาจะมีการแบ่งเป็น พรรคเดโมแครต และ พรรครีพับลิกัน ซึ่งทั้งสองพรรคต่างมีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ในส่วนของขั้วการเมืองไทย ณ วันนี้ ดูเหมือนจะมีการแบ่งเป็นออกเป็น 2 ขั้วใหญ่ๆ ได้แก่ ขั้วเอา คสช. โดยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคที่สนับสนุน คสช. และพล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่ พลังประชารัฐ พลังประชาชาติไทย ประชาชนปฏิรูป และครูไทยเพื่อประชาชน

ขณะที่ ขั้วไม่เอา คสช. และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ประกอบด้วยสองพรรคการเมืองใหญ่ คือ ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย โดยมีพรรคพันธมิตรประกอบด้วย เพื่อชาติ เสรีรวมไทย อนาคตใหม่ เป็นต้น

นี่คือ ภาพกว้างของขั้วการเมือง ซึ่งนักการเมืองเป็นผู้สร้าง แต่การขับเคลื่อนนั้น จำเป็นต้องได้รับแรงหนุนจากประชาชน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ การดึงประชาชนมาเป็นพวก แล้วเมื่อมีพวกพ้องและการรวมกลุ่มกันจำนวนมากขึ้น สุดท้ายคงหนีไม่พ้นการเกิดการแบ่งฝ่ายทางการเมือง (อีกจนได้)

อีกหนึ่งภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นว่า ขั้วการเมืองใดได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากกว่ากันนั้น ก็คือ ผลการเลือกตั้ง ซึ่งหากฝ่ายใดได้รับชัยชนะ ย่อมแสดงให้เห็นว่าประชาชนสนับสนุน ขั้วการเมืองดังกล่าวมากกว่า

ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า การเลือกตั้ง นอกจากจะดูเหมือนเป็นอีกหนึ่งมิติของการแบ่งฝ่ายทางการเมืองแล้ว ยังเป็นกระบวนการเข้าสู่อำนาจที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอีกด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ การเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 62 จะมีเดิมพันสูง ซึ่งนำไปสู่การต่อสู้ ชิงไหวชิงพริบ การแก้เกมทางการเมือง เพื่อมุ่งเอาชนะคะคาน และดึงประชาชนมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด จนทำให้เกิดวาทกรรมทางการเมืองที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาชน คือ ผู้ตัดสินอนาคตประเทศ

จากปลุกระดมคนในสังคมของพรรคการเมืองต่างๆ ผ่านกรอบแนวคิด 2 ขั้วการเมือง แบบตรงข้ามนั้น แม้จะทำให้ประชาชนตื่นตัวทางการเมือง และให้ความสนใจกับการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้ามก็ทำให้เกิดปัญหาในสังคมไทยตามมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแบบแค่ขั้วใดขั้วหนึ่ง เป็นการจำกัดมุมมอง จนไม่เห็นมุมมองที่แตกต่าง

การคิดว่ารู้ คิดว่าถูกที่สุดแล้ว ทำให้มีข้อจำกัด ปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้น้อยลง การคิด 2 ขั้วตรงข้าม จะนำไปสู่การขัดแย้ง ความเกลียดชัง ความรุนแรงได้ เป็นการเพิ่มความเครียด และความกดดันในสังคม นอกจากนั้นอาจทำให้สังคมไทย เข้าสู่วังวนเดิมๆ ที่ เต็มไปด้วยความขัดแย้งอีกจนได้

หากพิจารณาในเชิงบวกอาจมองได้ว่าการแบ่งขั้วเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการแข่งขัน เพื่อให้ได้สิ่งที่ดี และเหมาะสมที่สุดของแต่ละสังคม แต่หากพิจารณาในเชิงลบอาจมองได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการแก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่น ชนิดที่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ ต้องเอาด้วยคาถา เล่ห์กลเม็ดเด็ดพราย ไม้เด็ดไม้ตาย มีกี่กระบวนท่าต่างงัดออกมาใช้แบบไม่ยั้ง ล้วนเป็นสิ่งที่ดูคล้ายจะสร้าง ความเสื่อม ความถดถอย ให้แก่ระบอบประชาธิปไตยของไทยชัดชัด

ถึงเวลาที่ ขั้วพลังประชารัฐ ขั้วเพื่อไทย ขั้วประชาธิปัตย์ และอีกสารพันขั้วที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ ณ วันนี้ จำเป็นต้องสลายขั้วหลอมรวมเป็น ขั้วประชาชน ที่แท้จริงเสียที

อย่า!! มัวแต่แบ่งขั้วกันอยู่เลย...พอเสียที แค่ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมที่สับสนวุ่นวายที่ต้องเผชิญทุกวัน ประชาชนตาดำดำ ก็ ปวดหัว...เครียด จะแย่อยู่แล้ว

หยุด.!! ซ้ำเติม ประชาชน ด้วย ปัญหาขั้ว เสียที...ขอร้องเถอะ..!!