ดร.วิชัย พยัคฆโส/payackso@gmail.com

วันนี้ขอเขียนเรื่องสุขภาพของคนไทย แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะได้งบประมาณน้อย เป็นกระทรวงเกรด C แต่มีผลงานระดับโลกขยับอันดับขึ้นมาถึง 14 อันดับ และสะท้อนการใช้ทรัพยากรน้อยเพียง 51.9 เหนือกว่าหลายประเทศในตะวันตกและในเอเชีย

ในขณะที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วมากที่สุด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมด้านอื่นๆสะท้อนถึงศักยภาพของไทยทั้งในส่วนของธุรกิจการแพทย์โรงพยาบาลและการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องกับการพักผ่อน-สันทนาการ กับการบำบัดรักษาโรคและการดูแลสุขภาพ เพราะจากการจัดอันดับของบลูมเบิร์กในปี 2561 “ดัชนีประสิทธิภาพด้านสุขภาพ” ของไทยปี 2561 ได้พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 27 ของโลกเพิ่มขึ้นถึง 14 อันดับ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ไทยอยู่อันดับที่ 41 ของโลก

ประเทศ อันดับ ปี 2560 ปี 2561

ฮ่องกง 1 1 -

สิงคโปร์ 2 2 -

สเปน 3 3 -

อิตาลี 4 6 +2

เกาหลีใต้ 5 4 -1

อิสราเอล 6 7 +1

ญี่ปุ่น 7 5 -2

ออสเตรเลีย 8 10 +2

ไต้หวัน 9 12 +3

ยูเออี 10 9 -1

ไทย 27 41 +14

ซาอุดิอาระเบีย 46 36 -8

สหรัฐอเมริกา 54 50 -4

คะแนนเฉลี่ยด้านสุขภาพ (Efficiency Score) ของไทยอยู่ที่ 51.9 สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรน้อยกว่าบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ 50.8 มาเลเซีย 50.4 อังกฤษ 46.3 เลบเยี่ยม 44.8 เดนมาร์ก 42.4 เยอรมนี 38.3 สหรัฐอเมริกา 29.6 เมื่อเทียบกับอายุขัยเฉลี่ยของประชากรไทย 75% แต่ซาอุดิอาระเบีย 74.4 และอเมริกา 78.7

ประเทศ คะแนนเฉลี่ยประสิทธิภาพ อายุขัยเฉลี่ย/ประชากร

ด้านสุขภาพ

ฮ่องกง 87.3 84.3

สิงคโปร์ 85.6 82.7

สเปน 69.3 82.8

อิตาลี 67.6 82.5

เกาหลีใต้ 67.4 82.0

อิสราเอล 67.0 82.07

ญี่ปุ่น 64.3 83.8

ออสเตรเลีย 62.0 82.4

ไต้หวัน 60.8 79.7

ยูเออี 59.7 77.1

ไทย 51.3 75.1

ซาอุดิอาระเบีย 37.5 74.4

สหรัฐอเมริกา 29.6 78.7

สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ทรัพยากรของไทยที่ค่อนข้างมีอย่างจำกัด แต่การใช้ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพโดดเด่น สมกับเป็น Medical Hub ของอาเซียน เชื่อว่าหากรัฐบาลเพิ่มงบประมาณดูแลสุขภาพของไทยให้มากกว่านี้ อันดับของไทยจะพุ่งสูงขึ้นกว่าอันดับที่ 27 ในปีนี้ได้อีก

ขอฝากรัฐบาลชุดใหม่ได้ดูแลสุขภาพของประชาชนให้ทั่วถึง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ยังเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยาก แม้ว่าจะมีโรงพยาบาลสุขภาพตำบลเกือบทุกแห่งแล้วก็ตาม ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาให้มากขึ้นไปอีก นี่คือรัฐสวัสดิการที่แท้จริง