อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT พร้อมเดินหน้าสานต่อการพัฒนาและยกระดับงานศิลปหัตถกรรมในวัฒนธรรมร่วม สอดคล้องและขานรับกับการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประธานอาเซียน และการประกาศสู่การเป็น “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562” (ASEAN Cultural Year) ภายใต้แนวคิด “หลากหลาย สร้างสรรค์ ยั่งยืน”

อัมพวัน พิชาลัย

โดย SACICT จับมือร่วมกับ เครือข่ายองค์กรพันธมิตรด้านศิลปหัตถกรรมในอาเซียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในวัฒนธรรมร่วม (Cross Cultural Crafts) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงบูรณาการของเครือข่ายกลุ่มอาเซียน เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานหัตถกรรมใกล้สูญหาย (Forgotten Heritage) ร่วมมือกันในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและเชื่อมโยงผู้ที่มีทักษะฝีมือเชิงช่างชั้นสูงและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีประเทศที่เข้าร่วมโครงการทั้งในอาเซียน และในกลุ่มเอเชีย

อาทิ งานเครื่องรักเครื่องเขิน ของประเทศเมียนมาร์ , งานดุนโลหะ จากประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซีย , งานประดับมุกจากประเทศเกาหลี , งานจักสานจากประเทศฟิลิปปินส์ และ ไต้หวัน รวมทั้งงานไม้จากประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยความร่วมมือระหว่างกันนี้ก่อให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญาและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมของอาเซียน ให้เกิดมีมูลค่าเพิ่มจนสามารถพัฒนาสู่ตลาดสากลได้ ซึ่ง SACICT มีแผนงานที่จะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศที่กว้างขวางมากขึ้น

และสำหรับประเทศที่มีความร่วมมือระหว่างกันแล้วก็จะขยายสู่งานหัตถศิลป์ในด้านอื่น ๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางวัฒนธรรม อนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของอาเซียนให้คงอยู่และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและประชาคมโลกได้ อันจะสร้างความยั่งยืนในบริบททางวัฒนธรรมของอาเซียนต่อไป