"แสนสิริ" ประกาศความสำเร็จผู้นำในตลาดอสังหาฯจังหวัดเชียงใหม่ กวาดยอดขายล่าสุด ทะลุกว่า 4,000 ลบ. รวมกว่า 1,200 ยูนิต พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องอัดแคมเปญ “โปรหมดเปลือก” มอบส่วนลด สูงสุดถึง 12 ลบ. ก่อนหมดมาตรการรัฐ ตั้งแต่วันนี้-15 มี.ค.62

นายสมเกียรติ หงษ์ทรัพย์ภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการแนวราบ บมจ. แสนสิริ เผยว่า ในปี 2561 นับว่าเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของแสนสิริในตลาดอสังหาฯเชียงใหม่ ซึ่งสามารถปิดการขายทั้ง 3 โครงการแนวสูงและแนวราบรวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ ดีคอนโด พิงค์, เศรษฐสิริ สันทราย, บี อเวนิว เชียงใหม่ โดยแบรนด์ ดีคอนโด ยังคงเป็นแบรนด์หลักที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ดี และเป็นแบรนด์ ที่ติดตลาดกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ ด้วยจุดเด่นด้านทำเล ราคา และคอนเซ็ปท์โครงการ ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าหลัก คนไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองมากกว่า เพื่อสร้างความคึกคักในช่วงต้นปีแสนสิริ ยังจัดแคมเปญพิเศษโปรหมดเปลือก มอบส่วนลดสูงสุดถึง 12 ล้านบาท สำหรับบ้านเดี่ยว , คอนโดฯ และทาวเฮ้าส์พร้อมอยู่กว่า 30 โครงการ ทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และทั่วประเทศ ฟรีโอน ฟรีส่วนกลาง และอยู่ฟรี 2 สำหรับคอนโดฯ ก่อนหมดมาตรการรัฐ ตั้งแต่วันนี้-15 มี.ค.62

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดอสังหาฯในจังหวัดเชียงใหม่ โครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียม จากข้อมูลสำรวจปี 2561 มียอดขายและโอนโครงการแนวสูงรวมทั้งสิ้นกว่า 3,800 ล้านบาท จำนวนกว่า 1,700 ยูนิต โดยแสนสิริ สามารถครองสัดส่วนการตลาดยอดขายสูงถึง 40% จากการปิดยอดขายพร้อมโอน โครงการล่าสุดอย่าง ดีคอนโด พิงค์ มูลค่ากว่า 1,700 ล้านบาท จำนวน 687 ยูนิต

สำหรับตลาดแนวราบ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมียอดขายและโอนกว่า 1,300 ยูนิต ที่ระดับราคา 3.5 – 5 ล้าน ได้รับการตอบรับดี รองลงมา คือ ระดับราคา 8 – 20 ล้าน โดยเขตสันกำแพง เป็นทำเลที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากแผนการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 รวมถึงผังเมืองที่กำหนดโซนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ไม่สามารถสร้างได้ในเขตเมืองชั้นในหรือในเขตอำเภอเมือง ส่งผลให้โครงการของแสนสิริได้รับการตอบรับดีและมียอดขายอย่างต่อเนื่อง ในทำเลที่ถือว่า เป็นทำเลที่ดี ศักยภาพ เดินทางสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก


“ในปีนี้บริษัทยังมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จาก3 ปัจจัยหลัก ด้านทำเลโครงการ ,บริการหลังการขาย และคุณภาพของแบรนด์แสนสิริที่แข็งแกร่ง ยังคงครองใจกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ บริษัทเชื่อมั่นว่าได้รับผลตอบรับที่ดีตามเป้าที่วางไว้เช่นเคย” นายสมเกียรติ กล่าว