นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว้่า บริษัท มีผลการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จสูงเกินคาดจากแผนการดำเนินงานที่ตั้งไว้ โดยสามารถสร้างสถิติสูงสุดทั้งกำไรสุทธิ ยอดโอน และยอดขายจากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นการกระจายฐานลูกค้าของบริษัทฯ ให้มีความหลากหลาย สามารถสร้างกำไรเป็นสถิติสูงสุดที่ระดับ 2,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ อีกทั้งสามารถสร้างสถิติใหม่ในส่วนของยอดโอนเป็นสถิติสูงสุดถึง 33,171 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 120 จากปีก่อนและมียอดโอนในส่วนของลูกค้าต่างชาติที่สามารถทำสถิติสูงสุดเช่นกันที่ 6,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 300 จากปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการทำสถิติยอดขายใหม่ การขายไปยังต่างประเทศจากโครงการใหม่และโครงการที่เปิดขายไปก่อนหน้า โดยมียอดขายถึง 10,000 ล้านบาท ในปี 2561 โดยบริษัทฯ มีแบ็คล็อค ณ สิ้นปี 2561 อยู่ที่ 41,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของยอดโอนของบริษัทฯ ในระยะ 3 ปี

ทั้งนี้ในไตรมาส 4 บริษัทฯ ได้เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 1 โครงการ ได้แก่ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสต์พอยท์ มูลค่าโครงการกว่า 5,600 ล้านบาท เป็นคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าสถานีบางนา และโครงการแนวราบใหม่ 1 โครงการ ได้แก่ ยูนิโอ ทาวน์ สุขสวัสดิ์ 30 มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท สำหรับในปี 2561 บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม 6 โครงการ และโครงการแนวราบ 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 26,800 ล้านบาท ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ และในปี 2562 ตั้งเป้าหมายเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ตามวงจรเงินลงทุนของบริษัทฯ

“ในส่วนของกระแสเงินสดของบริษัทยังมีความแข็งแกร่งโดยมีนโยบายในการรักษาระดับเงินสดของกลุ่มรวมทั้งบริษัทร่วมทุนไว้ในระดับสูง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งและต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ และถึงแม้ว่าบริษัทจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังคงรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนไว้ภายใต้เป้าหมายที่ 1:1” นายชานนท์ กล่าว

ด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2562 จำนวน 10 โครงการ มูลค่ากว่า 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 42 เป็นโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนกับมิตซุย ฟูโดซัง 7 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 อยู่ที่ 36,000 ล้านบาท จาก 31,500 ล้านบาท ในปีก่อน และตั้งเป้ายอดโอนเติบโตที่ร้อยละ 9 จากปีก่อนอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท โดยในปี 2562 บริษัทฯ คาดว่ามีคอนโดมิเนียมที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอน 10 โครงการเพิ่มเติมจากในปี 2561 ซึ่งมีคอนโดมิเนียมใหม่ที่สร้างแล้วเสร็จ และเริ่มโอนกว่า 10 โครงการ

นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าหมายในการขยายธุรกิจรายได้ประจำเพื่อรักษาการเติบโตในธุรกิจแบบยั่งยืนในระยะยาว หลังจากที่มีการเริ่มพัฒนาโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์แล้ว 5 แห่ง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้ลงทุนในหุ้นสามัญของดุสิตธานีคิดเป็น 5% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ และเพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว พร้อมกันนี้คณะกรรมการบริษัทเตรียมขออนุมัตินำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาการเพิ่มเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น เป็น 25.40 สตางค์ เพิ่มขึ้น 99% จากปีก่อนหน้านี้ โดยเป็นการเพิ่มเงินปันผลขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่มีการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทฯ