PTT-KV-DJSI-Online

​นับจากนี้ชาวบ้านบนเกาะสมุย จะมีน้ำประปาในการบริโภคอุปโภคอย่างเพียงพอ หลังจากที่รัฐบาล โดยการประปาส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย มาตั้งแต่ปี 2557 ด้วยงบประมาณกว่า 2,200 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนบนเกาะสมุยในทิศทางที่ยั่งยืน และพร้อมเปิดให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดพิธีฯ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ท่าเทียบเรือเกาะสมุย (หน้าทอน) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

​พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เกาะสมุยมีต้นทุนทางธรรมชาติสวยงามเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั่วโลก รัฐบาลจึงได้เร่งพัฒนาความพร้อมทุกด้านให้มีศักยภาพรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งน้ำประปาเป็นปัจจัยจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพยั่งยืน จึงยินดีกับชาวเกาะสมุย ที่กระทรวงมหาดไทยโดยการประปาส่วนภูมิภาคได้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนบนเกาะสมุยในทิศทางที่ยั่งยืน โดยวันนี้ มีความพร้อมที่จะส่งมอบน้ำประปาผ่านโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุย นับจากนี้ไปทุกคนจะได้ใช้อุปโภคบริโภคอย่างสะดวกสบาย และมั่นใจว่าน้ำประปาจะเพียงพอในช่วงหน้าแล้งด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังทำให้ประชาชนตลอดแนวท่อส่งน้ำกว่า 100 กิโลเมตรในอำเภอพุนพิน อำเภอเมือง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก ได้รับอานิสงส์จากโครงการนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือชาวเกาะสมุยใช้น้ำอย่างประหยัดเกิดความคุ้มค่าด้วย เพราะเป็นการส่งน้ำจากแหล่งน้ำที่มั่นคงและลอดใต้ทะเลมาหล่อเลี้ยงเกาะสมุย


ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยการ กปภ.ได้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่มาโดยตลอดด้วยการปรับปรุงขยายแหล่งน้ำดิบสำรองให้สามารถกักเก็บน้ำดิบได้มากขึ้นควบคู่กับการติดตั้งระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Plant) และการก่อสร้างระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Reverse Osmosis : RO ) รวมทั้งโครงการท่อลอดใต้ทะเลส่งน้ำประปาสู่เกาะสมุย ซึ่งขณะนี้แล้วเสร็จ พร้อมเปิดจ่ายน้ำให้กับประชาชน ในพื้นที่และนับเป็นส่วนหนึ่งของโครงการตามนโยบายรัฐบาล
​ นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า ปัจจุบัน กปภ. ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการระบบประปาและระบบบริการลูกค้าให้ก้าวไกลสู่ THAILAND 4.0สำหรับโครงการวางท่อฯ ดังกล่าว ถือว่า กปภ.ประสบความสำเร็จในการผลักดันมวลน้ำด้วยเครื่องสูบน้ำประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบท่อประปา โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2557 - 2561) ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างระบบผลิตที่สถานีผลิตน้ำบ้านนาทราย อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำไปยังเขตพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผ่าน อ.ดอนสัก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 105 กิโลเมตร และเดินท่อลอดใต้ทะเลลึก 2 เมตร ความยาว 20 กิโลเมตรต่อไปยังอ่าวพังกา อ.เกาะสมุย พร้อมทั้งก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำหน้าเมือง วางท่อจ่ายน้ำบริการให้กับประชาชนบนเกาะสมุยอีก 14 กิโลเมตร เพื่อสร้างความมั่นคงของคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อให้ประชาชนตลอดแนวท่อประปามีน้ำสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมให้บริการประชาชนแล้ว โดยจะสามารถรองรับผู้ใช้น้ำได้เพิ่มมากขึ้นอีกประมาณ 64,184 ราย หากโครงการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำประปาลอดใต้ทะเลไปยังเกาะสมุยแล้วเสร็จ จะทำให้สามารถผลิตน้ำได้เต็มกำลังที่ 4,000 ลบ.ม./ชม. ซึ่งเป็นการเตรียมแผนรองรับความมั่นคงของการใช้น้ำในระยะ 10 ปี ข้างหน้า เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

​นอกจากนี้ กปภ. ให้มีการตรวจติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมของแนวท่อส่งน้ำประปา การฟื้นฟูแนวปะการังในพื้นที่เกาะสมุย เพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันเก็บขยะบริเวณรอบชายหาด เพื่อรักษาดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมการใช้น้ำประปาอย่างประหยัดและรู้คุณค่า การรณรงค์การลดการใช้น้ำ การบำบัดน้ำเสีย และการนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย