"ทีซีแอล" หนึ่งในแบรนด์ทีวี 3 อันดับแรกของโลกและบริษัทสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคชั้นนำ ฉลองครบรอบ 15 ปี จัดงบกว่า 50 ล.ปรับโฉมใหม่ เดินหน้าทำการตลาด อัดแคมเปญกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดปี 2019 หวังกระตุ้นยอดขาย รุกตลาดโมเดิร์นเทรด เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัยและคำนึงถึงความคุ้มค่า คาดยอดขายโต 1,800 ล้านบาท

นายทอมมี่ หยาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่าแผนการดำเนินธุรกิจไทยปีนี้ในโอกาสครบรอบ 15 ปีของการทำตลาดในประเทศไทย บริษัทได้เตรียมงบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เดินหน้าปรับโฉมใหม่ทั้งด้านรูปลักษณ์ให้มีความทันสมัย ดีไซน์ที่สวยงาม คุณภาพระดับพรีเมี่ยม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ทันสมัย โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ราคาเหมาะสม สามารถจับต้องได้ นอกจากนี้ยังได้ปรับตกแต่งโชว์รูม TCL ภายใต้แนวคิด “The Creative Life” ในห้างโมเดิร์นเทรดให้ดูหรูหรายิ่งขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่ให้กว้างขวางมากขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้า ในศูนย์การค้าต่างๆ ทั้งสยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์ และ เซ็นทรัล สร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์มีความทันสมัยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

ส่วนแผนการทำตลาดปีนี้จะยังเน้น 3 ด้าน คือ 1.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย แคมเปญต่างๆ โดยในปีนี้ตลอดทั้งปีจะจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นยอดขายทุกๆ ไตรมาส เพื่อเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญลุ้นทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ ในช่วงเดือนกันยายน แคมเปญโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษในทุกๆ เดือน 2.กิจกรรมการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยปีนี้จะเป็นปีแรกที่เราจะเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์และส่งเสริมให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย โดยแผนจะเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์จะอยู่ในช่วงกลางปี ไตรมาสที่ 2 และ 3.กิจกรรมด้านซีเอสอาร์ เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของทีซีแอลที่ให้ความสำคัญกับสังคมสิ่งแวดล้อมอย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทจะจัดกิจกรรมซีเอสอาร์ตลอดทั้งปี โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปีจะเป็นกิจกรรมใหญ่ CSR Big Sharing

สำหรับผลประกอบการในปีที่ผ่านมา บริษัทมีผลประกอบการจากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท มียอดขายมากกว่า 200,000 เครื่อง และสามารถรักษาครองตลาดผู้นำทีวีเป็นอันดับ 3 ในประเทศไทย หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 8% โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้าทีวีประเภท Smart TV และ QUHD TV ที่สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าในระดับกลางถึงระดับพรีเมี่ยม ในปัจจุบันบริษัทฯ มีฐานลูกค้าแบ่งเป็นสัดส่วนกรุงเทพฯ 45% และในต่างจังหวัด 55% บริษัทฯ มีความพึงพอใจกับผลประกอบการที่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในปีนี้บริษัทคาดหวังว่าจะเติบโตขึ้น 15-20% หรือยอดขายประมาณ 400,000 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านบาท