‘เอไอจี’ ชี้ดีเอ็นเอสำคัญที่ผลักดันองค์กรสู่ศตวรรษ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลลูกค้า และเติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 100 ปีข้างหน้า สำนักงานเอไอจีทั่วโลกร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษด้วยแคมเปญระดับโลก ด้านกลุ่มบริษัท เอไอจี ประเทศไทย ร่วมเดินหน้าสานต่อกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

นายปัญญ์ รอดลอยทุกข์ รองประธานอาวุโสธุรกิจนายหน้าและลูกค้าองค์กร กลุ่มบริษัทเอไอจี ประเทศไทย ผู้นำด้านธุรกิจประกันวินาศภัยระดับโลก กล่าวว่า ปี 2562 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของเรา เพราะเป็นปีที่กลุ่มบริษัทเอไอจีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ดำเนินกิจการครบรอบ 100 ปี ซึ่งแนวทางแห่งความความสำเร็จที่ทำให้เอไอจีก้าวสู่การเป็นองค์กรระดับโลกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ประกอบด้วย 3 แกนหลักสำคัญ คือ ความเชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการความเสี่ยง การรักษาคำมั่นสัญญา และ การสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทั้ง 3 แกนนับเป็นดีเอ็นเอของเอไอจีที่ยึดถือปฏิบัติเป็นแนวทางมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นปัจจัยที่ทำให้เราประสบความสำเร็จและแตกต่างจากคู่แข่ง

“ตลอดระยะเวลา 100 ปีที่ผ่านมา เอไอจีเป็นผู้ริเริ่มและพัฒนานวัตกรรมต่างๆของผลิตภัณฑ์ประกันภัย ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมสูงสุด เพื่อตอบทุกโจทย์ในการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจของลูกค้าที่หลากหลาย ให้สามารถรับมือกับความเสี่ยง และความไม่แน่นอนในอนาคตได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากทีมงานมืออาชีพและความเป็นเลิศในการให้บริการที่ลูกค้าทุกรายสามารถพึ่งพาได้อย่างสม่ำเสมอ ผ่านการยึดมั่นในการรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้าที่จะเคียงข้างดูแลในทุกจังหวะชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤต เช่น การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับการสูญเสียที่คุ้มครองให้แก่ลูกค้าเป็นจำนวนครึ่งหนึ่งภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งการเข้าถึงเงินทุนอย่างรวดเร็วหลังเกิดภัยพิบัติทำให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น ขณะเดียวกันเอไอจียังคำนึงถึงความรับผิดชอบและการตอบแทนคืนสู่สังคมในทุกที่ที่เราดำเนินธุรกิจ ด้วยการเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงเวลาที่คับขันนับครั้งไม่ถ้วน และทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อทำให้โลกของเราดีขึ้นกว่าเดิม” นายปัญญ์ กล่าว

นายปัญญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 3 แกนหลักดังกล่าวทำให้เอไอจีเติบโตเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบัน เอไอจีมีจำนวนพนักงานกว่า 50,000 คน กระจายอยู่ในสำนักงานสาขาเอไอจีกว่า 80 ประเทศ และเขตการปกครองทั่วโลก โดยในปี 2560 บริษัทแม่ของเอไอจี มีรายได้รวมอยู่ที่ 49,500 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีสภาพคล่องทางการเงิน คิดเป็นจำนวนเงิน 11,800 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม เอไอจียังคงมุ่งมั่นที่จะยึด 3 แกนหลักนี้ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 100 ปีข้างหน้า

ในโอกาสสำคัญที่เอไอจีครบรอบ 100 ปี สำนักงานทั่วโลกรวมทั้งกลุ่มบริษัทเอไอจี ประเทศไทย ต่างร่วมเฉลิมฉลองด้วยการเตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดและกิจกรรมเพื่อสังคมมากมาย โดยในเร็วๆ นี้กลุ่มบริษัทเอไอจี ประเทศไทย จะทยอยเปิดตัวกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสานต่อโครงการ “กันน็อคให้น้อง” ซึ่งจะพิเศษขึ้นกว่าทุกปี โดยจะมอบหมวกกันน็อคจำนวน 100 ใบ ให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 100 แห่ง รวมทั้งสิ้น 10,000 ใบ นอกจากนี้บริษัทฯยังสนับสนุนการให้พนักงานใช้เวลา 16 ชั่วโมงต่อปีในการทำประโยชน์เพื่อสังคมในด้านที่ตนเองสนใจ รวมทั้งมีนโยบายร่วมสมทบทุนเงินบริจาคเพิ่มอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่พนักงานร่วมกันบริจาคในทุกๆ โครงการ เพื่อส่งต่อให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ