14 ชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือนโกหก เหมือนเป็นแค่ความฝัน เพราะเป็นฝันดีสำหรับ “พรรคไทยรักษาชาติ” เกิดขึ้นไม่ทันข้ามคืน แต่แล้วทุกอย่างกลับกลายเป็น “ฝันร้าย” เมื่อมีความชัดเจนว่า สิ่งที่พรรคไทยรักษาชาติ ดำเนินการลงไปนั้น คือสิ่งมิบังควร !

ประกาศพระราชโองการ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เมื่อช่วงดึกของวันที่ 8 ก.พ. ในตอนหนึ่งระบุว่า “การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมืองไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง”

นับเป็นความชัดเจนต่อการกระทำของแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ ว่าทั้งเป็นเรื่องที่มิบังควรทางหนึ่งแล้ว อีกทางหนึ่งการกระทำดังกล่าวยังจะนำไปสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ในวันนี้ (11 ก.พ.)

หลายฝ่ายต่างจับตาว่า ที่ประชุมจะได้มีการพิจารณากรณีการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติด้วย

ทั้งการพิจารณาตามคำร้องของ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ว่าการกระทำของพรรคไทยรักษาชาติเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ กกต. ว่าด้วยการหาเสียงฯ ตามข้อ 17 ที่ระบุว่า “ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง หรือผู้ใดนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง”หรือไม่

โดยหากกกต.พบว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 (1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือไม่ ถ้าหากที่ประชุม กกต.มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคไทยรักษาชาติ กระทำการที่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92กรณีใดกรณีหนึ่ง ก็สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่ง “ยุบพรรค” ได้

การพิจารณาด้วยตัวบทกฎหมาย ที่พรรคไทยรักษาชาติกำลังเผชิญอยู่นั้นก็ถือว่าหนักหนาอยู่ไม่น้อยเพราะมี “ชะตากรรม” ของพรรคเป็น “เดิมพัน” จนสุ่มเสี่ยงที่จะแพ้ฟาล์ว ก่อนลงสนามเลือกตั้ง

มิหนำซ้ำผลพวงที่จะเกิดขึ้นตามมา ยังอาจกลายเป็น “สึนามิ” เป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ พรรคการเมืองในมือของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ให้มีอันต้อง “ตายหมู่” ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทย ,พรรคเพื่อชาติ ตลอดจน ทุกพรรคที่อยู่ในข่ายแนว

แม้ล่าสุด ทักษิณ จะออกมาทวีตข้อความในท่วงทำนอง ให้เดินหน้าต่อไปก็ตาม แต่ทว่าในความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นที่เมืองไทย คือการที่ทุกพรรคในขั้วอำนาจนี้ต่างต้องอยู่ในความสงบนิ่ง ควบคู่ไปกับ “ข่าวลือ”ถึงขั้นที่ว่า แกนนำของพรรคไทยรักษาชาติที่เดินทางไปกกต. เพื่อคิดทำการใหญ่ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปเรียบร้อยแล้ว จนต้องมีการเช็คข่าวกันจ้าละหวั่น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

นาทีนี้ กว่าที่กกต.มีความชัดเจนเรื่องยุบพรรคออกมา แต่ทว่า ทุกพรรคในมือทักษิณ ต่างกำลังประสบชะตากรรมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะข้อหาจาบจ้วงสถาบัน ถูกโจมตีว่าจงใจดึงฟ้าต่ำ และด้วยข้อหานี้นี่เองที่มีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นพากันตายหมู่ !