ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายต้องการดูแลพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความเท่าเทียม การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ทั้งเรื่องโอกาส และการเข้าถึงบริการของภาครัฐ ทั้งนี้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่มีส่วนรับผิดชอบตรงนี้ อาทิ การจัดที่ดินให้กับเกษตรกร เพื่อมีที่ดินทำกิน เลี้ยงตนเอง และครอบครัว รวมทั้งการดูแลพี่น้องประชาชน จึงเป็นที่มาของการจัด โครงการศูนย์บริการประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Unit)

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่เกษตรกรรม กล่าวว่า ส.ป.ก. เป็นหน่วยงานจัดที่ดินให้กับเกษตรกรยากไร้ ฐานะไม่ดี และไม่มีกำลังที่จะจัดหาที่ดินเป็นของตนเอง ดังนั้น การจะเดินทางจากที่อาศัยที่อยู่ห่างไกล เพื่อมาใช้บริการ หรือขอคำปรึกษาจาก ส.ป.ก. จึงเป็นเรื่องยากลำบาก ร่วมทั้งมีต้นทุนในการเดินทางสูง เมื่อเทียบรายได้ กับการใช้จ่าย มองว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐ มีเบี้ยงเลี้ยง ยานพาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ จึงควรลงพื้นที่ไปหาเกษตรกรมากกว่า เพื่อช่วยเกษตรกรลดภาระต้นทุนในการเดินทาง รวมทั้งเป็นการเข้าถึงประชาชน ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์กับเกษตรกร เชื่อว่า จะเกิดความไว้วางใจ ความเชื่อมั่น และเกษตรกรได้รับทราบนโยบายรัฐบาล

ซึ่งขณะนี้ ส.ป.ก.จังหวัด ทั้ง 72 จังหวัด ได้เริ่มทยอยเปิดให้บริการ Mobile Unit แล้ว เพื่อบริการให้คำปรึกษา และรับคำร้องในเรื่องต่างๆ เช่น การขอโอนสิทธิ รับมรดกสิทธิ ตรวจสอบและสอบถามแนวเขตที่ดิน การยื่นขอรังวัดแปลงที่ดิน/รังวัดแบ่งแปลง ขอรับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ปรึกษาด้านกฎหมาย ส.ป.ก. ปรึกษาเรื่องสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร รวมถึงเปิดรับข้อร้องเรียน ปัญหา และความต้องการอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับ ส.ป.ก. โดย ส.ป.ก. พร้อมเป็นตัวกลางนำไปกระจายต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดตาก ได้ออกหน่วย บริการ Mobile Unit ณ บ้านวังผา หมู่ 4 ต.แม่จะเรา อ.แม่ระมาด มีเกษตรกรเข้ารับบริการ 150 คน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสกลนคร ออกหน่วย บริการ Mobile Unit ณ ที่ว่าการอำเภอสว่างแดนดิน มีเกษตรกรเข้ารับบริการ 221 คน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้สั่งการให้ ส.ป.ก.จังหวัดรายงานผลการจัด Mobile Unit ในแต่ละครั้ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการประเมินผลโครงการว่า จำนวนการเข้ารับบริการ และตัวเลขการลดดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ในการได้รับบริการจาก ส.ป.ก. พร้อมทั้งนำมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์การพัฒนายกระดับชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องเกษตรกรเขตปฏิรูปที่ดินในอนาคต

นอกจากนี้ ส.ป.ก. อยู่ระหว่างการปรับปรุงศูนย์บริการประชาชน (Service Center) ตั้งอยู่ที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด เพื่อรองรับการให้บริการ เช่น ห้องรับรอง ห้องน้ำ บริการน้ำดื่ม กาแฟ และลานจอดรถ เพื่อดูแลเกษตรกร และประชาชนให้ดีที่สุด ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดของบประมาณเพื่อปรับปรุงคุณภาพการดูแลเกษตรกร และประชาชน ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอต่อไปถีงเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และประชาชน โดยปี 2562 ได้ดำเนินการนำร่อง 10 จังหวัด ส่วนที่เหลือจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2563

“ปัจจุบันต้องดูแลคน 2.85 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินกว่า 10 ล้านคน ถือเป็น 1 ใน 3 ของเกษตรกรทั้งประเทศ จึงต้องมีการปรับปรุงหน่วยบริการให้ดีขึ้น เพื่อสร้างโอกาส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องเกษตรกร และประชาชน โดยการนำนโยบายดูแลพี่น้องประชาชนของรัฐบาล มาดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรม”

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับการเข้าสู่ยุค 4.0 ส.ป.ก. ได้มีการพัฒนาแผนที่เชิงดิจิทัล เพื่อวางระบบแผนที่ ตรวจสอบการครบอครองพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งอยู่ระหว่างการประสานงานกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ Gistda ในการช่วยดาวเทียมตรวจสอบการถือครองที่ดิน เพื่อสามารถดำเนินนการแก้ไขปัญหาการถือครองสิทธิ์ในที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข กล่าวทิ้งท้ายว่า เกษตรกรที่ได้รับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 อยากให้ดูแลที่ของราชการ และนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้เลี้ยงตนเอง และครอบครัว อย่าเปลี่ยน อย่าขายสิทธิ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากพบมีการทำผิดกฏหมาย จะดำเนินการยึดคืนทันที อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. อาจจะเข้าถึงพี่น้องเกษตรกรน้อยไป หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ทั่วถึง ซึ่งนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ได้เน้นย้ำว่า เมื่อแจกที่ดิน ส.ป.ก. แล้ว จะต้องลงไปติดตาม ส่งเสริม พัฒนาเกษตรกร ตั้งตัวให้ได้ภายใน 5 ปี