ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯมีสีสรรจัดจ้านขึ้นทันที นอกจากทั้งสองพรรคใหญ่ รีพับลิกันและเดโมแครต จะมีการเสนอชื่อผู้สมัครไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมาเกิดเรื่องไม่สู้ดีในพรรคเดโมแครตจนนำไปสู่ความแตกแยกร้าวลึกในพรรค เมื่อเว็บไซต์จอมแฉ ‘วิกิลีกส์​’ เปิดโปงเผยแพร่อีเมล เกือบ 2,000 ฉบับ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ไม่กี่วันก่อนที่พรรคเดโมแครต จะมีการประชุมใหญ่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เพื่อเสนอชื่อนางฮิลลารี คลินตัน อย่างเป็นทางการในการเป็นผู้แทนของพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

น่าตกใจคือ อีเมล เกือบ2พันฉบับที่โดนวิกิลีกส์ นำมาแฉนั้น แฮกมาจากแอคเคาต์ของบรรดาผู้นำพรรคเดโมแครต ซึ่งได้รวมหัวกันสกัด นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ให้พ้นไปจากเส้นทางสู่ทำเนียบขาว หรือเรียกง่ายๆคือเป็นการช่วยกันสกัดดาวรุ่ง อย่างนายแซนเดอร์ส ที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งในการเลือกตั้งขั้นต้น ตามมาเป็นอันดับ 2 เพื่อเปิดทางให้นางฮิลลารี ได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตไปชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับนายโดนัลด์ ทรัมป์

เนื้อหาในอีเมลอย่างน้อย 2 ฉบับ ยังบ่งชี้ถึงความพยายามในพรรคเดโมแครต เพื่อสกัดนายแซนเดอร์ส ที่ไม่ยอมถอนตัวจากการเลือกตั้งขั้นต้นสักที ด้วยการตั้งข้อสงสัยว่าแซนเดอร์สซึ่งเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิว อาจเป็นพวกที่ไม่เชื่อในพระเจ้า... เรียกว่างัดเอาเรื่องความศรัทธาในศาสนามาโจมตีกันเลยทีเดียว

หลังจากเรื่องฉาวโฉ่โดนวิกิลีกส์แฉต่อชาวโลก โดยเฉพาะชาวอเมริกัน ทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้ เด็บบี้ วัสเซอร์แมน ชูลซ์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตควรลาออกจากตำแหน่งไปได้แล้ว เพราะเธอโดนตำหนิที่ไม่วางตัวเป็นกลางในระหว่างการแข่งขันหาผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรค ก่อนที่ต่อมา ชูลซ์จะยอมลาออก เพื่อพยายามสงบศึกในพรรค

อย่างไรก็ตาม ด้านนายแซนเดอร์ส แม้จะต้องผิดหวังเมื่อมารู้ความจริง มีบรรดาผู้นำพรรคพยายามขัดขวางเขา แต่ก็ยังคงแสดงสปิริต กล่าวในที่ประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครต เมื่อวันที่ 25 ก.ค.(ตามเวลาท้องถ่ิ่น)ว่า นางฮิลลารี คลินตันต้องได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา! พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตเลือกนางฮิลลารีเข้าไปนั่งในทำเนียบขาว

เรียกว่า นางฮิลลารี ต้องมาเจอศึกหนัก เสียงต่อว่าต่อขานความแตกแยกในพรรค ก่อนจะถึงวันประชุมใหญ่พรรคอยู่รอมร่อ และเพียงไม่กี่วันหลังจากนางได้ประกาศเลือกผู้ที่จะมาเป็น‘คู่หู’ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งนั่นก็คือ นายทิม เคน วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งชาวโลกอาจไม่รู้จักมักคุ้นชื่อของเขาเท่าใดนัก

นาย ทิม เคน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้เป็นวุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนีย ตั้งแต่ปี 2555 หลังจากเขาเคยเป็นผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย มาก่อนหน้า 5ปี โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นางฮิลลารี คลินตัน ได้เปิดฉาก กล่าวปราศรัยร่วมกับ ทิม เคน ผู้ที่เธอเลือกให้ลงสมัครคู่กับเธอในตำแหน่งรองประธานาธิบดี และ สว.เคน ได้สร้างความประทับใจให้กับชุมชนชาวละตินอเมริกาในสหรัฐฯ ด้วยการกล่าวเป็นภาษาสเปน ต้อนรับคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษาในอเมริกา เพราะถือว่าทุกคนคือคนอเมริกัน

ส่วนนางฮิลลารี คลินตัน กล่าวว่า เธอจะเสนอมุมมองที่แตกต่างอย่างชัดเจน กับสิ่งที่นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวไว้ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะสิ่งที่เธอจะเสนอคือการสร้่าง‘สะพาน’ ไม่ใช่ ‘กำแพง’ คือการสนับสนุนให้เกิดความหลากหลายในสหรัฐฯ เพื่อสร้างประเทศที่ยิ่งใหญ่
แน่นอนว่า นโยบายของฮิลลารี แตกต่างจากสิ่งที่ทรัมป์ ได้กล่าวไว้ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แถมทรัมป์ยังได้มีการโพสข้อความลงในทวิตเตอร์ โจมตี สว.ทิม เคน ที่เคยสนับสุนนข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และระบุว่าคู่ของ “คลินตัน – เคน” ดูแล้วไม่มีความรู้สึกว่าน่าจะเป็นประธานาธิบดีได้ และจะยิ่งทำให้กลุ่มรัฐอิสลามฮึกเหิมได้ใจยิ่งขึ้น!!

สำหรับ ทรัมป์ ได้เลือกนายไมค์ เพนซ์ ผู้ว่าการรัฐอินเดียนา เป็นคู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการไปก่อนแล้ว โดยทรัมป์ได้ยกย่องนายเพนซ์ว่าเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์และไม่มีชื่อเสียงในด้านลบ ก่อน ทางพรรครีพับลิกันได้มีการประชุมใหญ่ที่เมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ เสนอชื่อทรัมป์เป็นตัวแทนของพรรคไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการแล้ว

สีสันของการประชุมใหญ่พรรครีพับลิกันเพื่อเสนอชื่อทรัมป์ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาคนสวยของทรัมป์ อดีตนางแบบวัย 46 ที่ขึ้นพูดบนเวทีประชุมใหญ่ในวันแรก แต่คำปราศรัยบางช่วงไปเหมือนกับครั้งที่นางมิเชล โอบามา เคยพูดไว้ในปี 2551 จนเธอเสียรังวัดไปไม่น้อย

แต่นักธุรกิจมหาเศรษฐีที่เก่งกาจอย่างทรัมป์ ก็สามารถเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อนางเมเรดิธ แมคอีฟเวอร์ คนเขียนสคริปต์คำปราศรัยให้กับเมลาเนียในครั้งนี้ เสียใจถึงขั้นจะลาออกจากทีมงานหาเสียง แต่ทรัมป์ ไม่อนุญาตให้เธอออก.. บอกว่า การทำงานของคนเราผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจกันได้ทั้งนั้น!!

ถึงเวลานี้ ระฆังยกแรก ระหว่าง ฮิลลารี คลินตัน กับโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดังขึ้นแล้ว และคงต้องจับตาด้วยความระทึกว่า ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯปลายปีนี้ ใครจะชนะเลือกตั้ง และได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา