6องค์กรลงนามความร่วมมือพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยระดับประเทศ  ชี้บริการดี-ปลอดภัยยิ่งขึ้น เชื่อลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล 

เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่กระทรวงสาธารณสุข ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือในการดำเนินการสนับสนุนการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research : R2R) ระดับประเทศ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ.คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ม.มหิดล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสสส., สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) (สรพ.)โดย นพ.กิตตินันท์ อนรรฆมณี ผู้อำนวยการสรพ.,สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดย นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสปสช. และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขโดย นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสวรส.ทั้งนี้นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า สธ.สนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับได้พัฒนางานประจำสู่งานวิจัย นำปัญหาที่พบขณะปฏิบัติงานจริงมาศึกษาวิจัย เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการที่ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลง รวมถึงความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติสูงขึ้น

ด้านนพ.สุขุม กล่าวว่า ผลจากงาน R2R นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ยังส่งผลย้อนกลับมาทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสุขจากการเรียนรู้และพัฒนางานที่ตนเองทำด้วยความสุขด้วย ยกตัวอย่าง รพ.ปทุมธานีที่พบมารดาตกเลือดหลังคลอดใน รพ.ชุมชน(ปี 2558) เกิดภาวะช็อค 16 ราย และเสียชีวิตปีละ 1 ราย จึงได้ลงมือพัฒนาระบบการดูแลผู้คลอดและทำวิจัย R2R กว่า 10 เรื่อง ในเวลา 4 ปี จนได้แนวปฏิบัติในการดูแลผู้คลอดที่เหมาะสม

ขณะที่นายสุปรีดา กล่าวว่า สสส.สนับสนุนการขับเคลื่อนงาน R2R ทั่วประเทศ เพราะเห็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสุขภาพในทุกบริบท ตั้งแต่ระดับปฐมภูมิ จนถึง ตติยภูมิ ทั้งด้านการบริการ การรักษาพยาบาล การบริหารจัดการ รวมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ โดยสสส.เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่ปี 2556 พบว่างาน R2R เพิ่มขึ้นจากกว่า 200 เรื่อง ในปี2556 เป็น 941 เรื่อง ในปี 2561 และได้ขยายผลงานR2R ด้านสร้างเสริมสุขภาพและด้านพัฒนาคุณภาพในประเด็นตามปัจจัยเสี่ยงหลักเชิงพื้นที่ และเชิงประเด็นที่ทำงานในเรื่อง เหล้า บุหรี่ อาหาร การออกกำลังกาย อุบัติเหตุ และโรคเรื้อรัง (Non Communicable Diseases) ที่มีผลต่อประชาชน 10ประเด็นต่อปี ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
 
นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ผลของการขับเคลื่อน  R2R ทำให้บุคลากรศิริราชเกิดการพัฒนาอย่างมาก ยกระดับผู้ปฏิบัติงานประจำให้เป็นผู้ที่สามารถสร้างและใช้ความรู้ที่เหมาะสมได้ด้วยตนเองให้มีคุณภาพ ทั้งด้านการรักษา การบริการดีขึ้นจนประสบความสำเร็จ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ดีขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลง รวมถึงความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติสูงขึ้น ผลจากงานได้ย้อนกลับมาทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสุขจากการเรียนรู้และพัฒนางานที่ตนเองทำด้วยความสุข