PREB เปิดแผนปี 62 ตั้งเป้ารายได้รวมโต 30% จากงวดปี 61 ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 3,600 ล้านบาท เหตุตุนแบ็กล็อคงานรับเหมาไว้แน่นกว่า 8 พันล้านบาท คาดปีนี้เริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกผ่านการลงทุนในบริษัทย่อยในนาม บริษัทอีส แอม อาร์ จำกัด และบริษัทพรีบิลท์ โฮลดิ้ง จำกัด มั่นใจธุรกิจอสังหาฯ จะช่วยทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิมากขึ้น

นายวิโรจน์ เจริญตรา กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคารสูง เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจปี 2562 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 30% จากปีก่อน ที่คาดว่าจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีงานรอรับรู้รายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างประมาณ 8 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะแบ่งรับรู้ภายในปี 2562 วงเงิน 4,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในอีก 2 ปีข้างหน้าโดยรวมกับรายได้อีกประมาณ 580 ล้านบาทจากงานขายผลิตแผ่นพื้นคอนกรีต และพรีแคสของบริษัทพีซีเอ็ม คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และรายได้จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกประมาณ 90 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4/2562

โดยแนวโน้มของงานรับเหมาก่อสร้างอาคารสูงของบริษัทยังมีทิศทางที่ดี และยังคงสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ โดยปีนี้บริษัทฯ เพิ่มงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามา เพื่อสนับสนุนให้บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เน้นการมีจุดแข็งในด้านคุณภาพ ต้นทุนต่ำ โดยจะช่วยทำให้บริษัทรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ในระดับที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยสร้างโมเดลใหม่ จะอยู่ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พรีบิลท์ โฮลดิ้ง จำกัด(PBH)มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 500 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่างๆร่วมกับกลุ่มธุรกิจอื่น ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 5 โครงการ และการลงทุนผ่านบริษัทฯย่อยที่ถือหุ้น 100% ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการโดยบริษัทในนามบริษัทอีส แอม อาร์ จำกัด หรือ (IAA) ปัจจุบันมีที่ดินอยู่ระหว่างการพัฒนาบนถนนสุขุมวิท 2 โครงการมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาทและยังมีโครงการบ้านเดี่ยวอีกประมาณ 1,000ล้าน

ทั้งนี้บริษัทคาดการณ์ว่าปีนี้จะสามารถเริ่มทยอยรับรู้รายได้บางส่วนจากโครงการบ้านจัดสรร ถนนบางแวก มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1,000ล้านบาท โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 4 ปี 62 ประมาณ 90 ล้านบาทส่วนที่เหลือจะทะยอยรับรู้ในอีก 2 ปีถัดไป ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการอยู่ในระหว่างการพัฒนาออกแบบและขอในอนุญาต โดยคาดว่าจะมีการเปิดโครงการขายได้ภายในนี้ปี

ขณะที่ในส่วนของการลงทุนร่วมกับบริษัทอื่นปัจจุบัน PBH ข้าร่วมทุนกับพันธมิตร 3 กลุ่ม โดย PBH จะมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 40%-49% กลุ่มแรกเป็นกลุ่มบริษัทพรีเมี่ยมเพลส โดยโครงการแรกที่จะเริ่มรับรู้ผลกำไรคือโครงการที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า เสนานิคม มูลค่าโครงการประมาณ 1,429 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจองทำสัญญาไปแล้วเกือบ 90% คาดว่าจะสามารถเริ่มส่งมอบห้องพักได้ในไตรมาส 4/2562 ซึ่งจะเป็นผลให้งบการเงินรวมของบริษัทได้รับผลกำไรจากเงินลงทุนเป็นครั้งแรกเช่นกัน คาดการณ์ว่าโครงการน่าจะมีอัตรากำไรสุทธิของต่อโครงการไม่ต่ำกว่า 15%

ส่วนโครงการที่ 2 คือโครงการบ้านทาวน์โฮมบริเวณ ถนนรัตนโกสินทร์ มูลค่าโครงการประมาณ 590 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างและโอนจบภายในปี 2563 และโครงการที่ 3 คือโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม low rise บริเวณทาวน์ อิน ทาวน์ ย่านถนนรามคำแหง มูลค่าโครงการประมาณ 750 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจะก่อสร้างในปี 2563 และเสร็จสิ้นการโอนภายในปี 2564

นอกจากนี้ PBH ได้ยังมีการร่วมทุนกับ บริษัทชินวะ เรียลเอสเตท จำกัดและบริษัทพรีแซนส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม สไตล์ญี่ปุ่น บนถนนสุขุมวิท 39 มูลค่าโครงการประมาณ 2,400ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2564 และจะเริ่มทะยอยโอนห้องชุดในปีเดียวกัน ล่าสุดบริษัทได้เข้าร่วมลงทุนในลักษณะเงินลงทุนทั่วไปเพื่อหวังผลตอบแทนในรูปเงินส่วนแบ่งกำไรหรือเงินปันผลกับบริษัทอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม high rise มูลค่า 4,000ล้านบาทย่านสะพานควาย