ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า วันนี้ 5 กุมภาพันธ์ 2562  เมื่อเวลา 15.30 น.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหลักฐานพร้อมให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ กกต.พัทลุง กรณียื่นหนังสือร้องเรียนให้ กกต.พัทลุง ตรวจสอบพฤติกรรมของ ว่าผู้สมัคร ส.ส. พรรคการหนึ่งเรียกเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนรับสมัครเลือกตั้ง หลังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง มีหนังสือเรียกสอบเพิ่มเติม โดยนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำชี้แจงด้วยเอกสาร กับนายประพาส เศียรอุ่น หัวหน้าสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง จากนั้นได้ให้ปากคำเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่  กกต.พัทลุง ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.พัทลุง ได้เรียกสอบปากคำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคการเมืองที่ร่วมลงชื่อในวันที่ยื่นหนังสือกับ กกต.พัทลุง เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562  ไปแล้วจำนวน 4 ปาก สำหรับนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ ให้ปากคำเป็นที่คนที่ 5

               
นายประพาส เศียรอุ่น หัวหน้าสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพัทลุง  กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีว่าผู้สมัคร ส.ส.จำนวน  4 พรรคการเมือง 10 รายร่วมลงชื่อรวมตัวยื่นหนังสือกรณีมีการเรียกเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่ 2 หนึ่งในจำนวนนั้นคือนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ จึงเรียกสอบปากคำเพิ่มเติม และจะสอบปากคำให้ครบจำนวน 10 คนเพื่อสรุปสำนวนพร้อมหลักฐานส่ง กกต.ส่วนกลาง เป็นคนพิจารณาดำเนินการ และสั่งการต่อไป

นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  กล่าวว่า กกต.พัทลุง ได้มีหนังสือเรียกให้ปากคำต่อ เจ้าหน้าที่ กกต.พัทลุง กรณียื่นหนังสือร้องเรียนให้ กกต.พัทลุง ตรวจสอบพฤติกรรมของ ว่าผู้สมัคร ส.ส. พรรคการหนึ่งเรียกเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ก่อนรับสมัครเลือกตั้ง  ตนเองได้นำหลักฐานการชี้แจงด้วยเอกสาร มอบให้  กกต.พัทลุง ได้ประกอบการพิจารณา และให้ปากคำด้วยวาจา
นายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับคำชี้แจ้งด้วยเอกสาร นั้นเป็นเอกสารที่พบเหตุการณ์เก็บหรือถ่ายบัตรประชาชน มากเกินความจำเป็นและผิดปกติจำนวน 35,000 ใบ นั้นให้เจ้าหน้าที่ กกต.พัทลุง เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าว ซึ่งการกระทำดังกล่าวตนเองคิดว่าส่องไปในทางที่ไม่โปร่งใส และทุจริตการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต.เข้าสอบสวนโดยเร็ว