PTT-KV-DJSI-Online

ยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศของ “รัฐ” ของรัฐในขณะนี้คือ “โมเดลประเทศไทย 4.0” พูดง่าย ๆ คือ ปรับปฏิรูปทั้งอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม และธุรกิจบริการ เป็นระบบดิจิทัลให้หมด สร้างรายได้ของพลเมืองไทยให้เป็นระดับประเทศพัฒนาแล้ว

เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับยุทธศาสตร์นี้ “รัฐ” มิได้ชี้แจงชัดแจ้ง แต่ดู ๆ แล้ว ก็คงเป็น “ประชารัฐ”

จุดที่เราอยากให้ “รัฐ” เอาจริงเอาจังมากขึ้น คือ “ลดบทบาทของรัฐ ลดขนาดองค์กรราชการ กระจายอำนาจและความร่วมมือให้ภาคเอกชนกับภาคประชาชน”

ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมเกิดจากการบริหาร,การกระจายอำนาจ,การแบ่งสันปันส่วนงานรับผิดชอบ ให้สมดุลระหว่างพลังสามส่วน คือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

สมัยโบราณ ภาครัฐใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เมื่อเศรษฐกิจสังคมและการเมืองสากลเปลี่ยนแปลงไป ภาครัฐไม่อาจแบกรับงานให้ดีทั้งหมด ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจ

ในขณะที่ถ้าภาครัฐฮั้วกับภาคเอกชน การเอารัดเอาเปรียบประชาชนก็จะรุนแรง จึงจำเป็นต้องมีภาคประชาชนที่เข้มแข็งมาถ่วงดุล

แต่หลายสิบปีมานี้ ในประเทศไทย แทนที่“รัฐบาล” จะส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีอิสระในการดำเนินธุรกิจและแข่งขันมากขึ้น กลับเพิ่มอัตราส่วนที่ภาครัฐเข้าไปบริหาร
รัฐบาลทั้งโลกนี้ ไม่มีความสามารถเท่ากับตลาดหรอก หากจะลดคอร์รัปชั่นก็ต้องลดบทบาทรัฐ และเพิ่มบทบาทเอกชน ประเทศที่เพิ่มขนาดของรัฐ มีตัวอย่างความเสื่อมทรุดมามากแล้ว เช่น ประเทศกรีซ เป็นต้น

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยมีบทบาทใหญ่ขึ้นในด้านธุรกิจและการลงทุนตลอดมา นั่นคือรัฐไทยขยายบทบาทและเพิ่มอำนาจขึ้นเรื่อย ๆ การลงทุนของรัฐไทย มีการเพิ่มงบประมาณภาครัฐ ,การลงทุนรัฐวิสาหกิจ , การลงทุนในธนาคารเฉพาะกิจเพิ่ม

ขณะนี้ภาคบริการของไทยส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ แต่รัฐที่แสนดีแสนเก่งไม่มีในโลก เพราะรัฐทำดีสู้ตลาดไม่ได้ เมื่อให้รัฐทำ จะการันตีได้สามอย่างคือ คุณภาพต่ำ ต้นทุนสูง และไม่เพียงพอ”

ขณะนี้สังคมไทยยังฟื้นฟู “ความเป็นปกติ” ไม่เสร็จ ปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกก็ยังตกต่ำ การลงทุนในประเทศจึงยังต้องพึ่งการลงทุนจากรัฐเป็นหลัก

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อภาครัฐคุมธุรกิจเสียเอง ปัญหาคอร์รัปชั่นก็ยิ่งหนัก การลดคอร์รัปชั่นจะต้องลดบทบาทของรัฐ เพิ่มบทบาทของภาคเอกชน ลดขนาดของภาครัฐ

“รัฐ” ก็ต้องคิดการณ์ล่วงหน้า เมื่อภาวะสังคมไทยฟื้นกลับสู่ภาวะปกติแล้ว “รัฐ” จะต้องรีบกระจายอำนาจและบทบาทให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนมากขึ้น