เสือตัวที่ 6

การเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐของบรรดากลุ่มโจรใต้อย่างต่อเนื่องในระยะหลังปี 2562 มานี้ ถ้าวิเคราะห์ดีๆ จะเห็นว่า เป็นการเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นกำลังอาสาสมัครที่เป็นชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรประจำท้องที่ ซึ่งบุคคลของรัฐเหล่านี้ ไม่ได้รับการฝึกปฏิบัติการในการใช้กำลังอาวุธต่อฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มข้นมากนัก เพราะเป็นเพียงกองกำลังที่ใช้เป็นกำลังเสริม เพิ่มเติมกองกำลังฝ่ายทหารที่ได้รับการฝึกการใช้อาวุธมาอย่างโชกโชนกว่า และรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ที่ถูกฝึกมาเพื่อใช้ในภารกิจอื่นๆ เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั่วไป หรือการรักษาความปลอดภัยในงานทั่วๆ ไปเป็นหลัก ดังนั้นทักษะการใช้อาวุธเพื่อตอบโต้คนร้ายในสถานการณ์ลักษณะนี้ รวมทั้งจิตวิญญาณในการตื่นตัวต่อสถานการณ์จึงเทียบไม่ได้กับทหารหลัก ซึ่งแม้จะเป็นทหารพรานในพื้นที่ที่มักจะถูกฝึกฝนมาอย่างดี

การเข้าโจมตี ลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครรักษาหมู่บ้าน ชุดคุ้มครองหมู่บ้านหรือชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งเป็นพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่อาสามาร่วมกันดูแลความสงบสุขให้คนในพื้นที่เอง และได้รับการฝึกจากทหารในการใช้อาวุธเบื้องต้น จึงเป็นเป้าหมายของการโจมตีของกลุ่มโจรที่ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียหากถูกตอบโต้ และประกันความสำเร็จของการลงมือต่อกลุ่มเป้าหมายอ่อนแอกว่าเหล่านี้ที่ไม่ทันระวังตัว นอกจากนั้นการโจมตีแต่ละครั้ง กลุ่มกองกำลังติดอาวุธของขบวนการ ยังหวังที่จะยึดอาวุธกระสุน เสื้อเกราะ วิทยุสื่อสารของเหยื่อเหล่านั้น ไปใช้ในการก่อเหตุร้ายครั้งต่อๆ ไปด้วย ตั้งแต่เหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้าย อาจหาญกล้า เข้าโจมตีด้วยอาวุธประจำกายในลักษณะเข้าถึงตัวเหยื่ออย่างย่ามใจ โดยบุกยึดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาลิซา อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และจับทั้งหมอและเจ้าหน้าที่อนามัยเป็นตัวประกัน เพื่อใช้เป็นฐานโจมตีชุดคุ้มครองตำบลซึ่งเป็นกำลังอาสาสมัครจากชาวบ้านที่อยู่ติดกัน แม้กระทั่งการเข้าสังหารเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของโจรใต้บุกกราดยิง จนท. อส.ชุดคุ้มครองครู ภายในโรงเรียนบ้านบูโกะ พื้นที่ ม.5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ทำให้ จนท.เสียชีวิตทั้งหมดที่นั่งอยู่ด้วยกันในโรงเรียนแห่งนี้ 4 นาย แล้วชิงอาวุธประจำกายพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ อส.ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นไปอย่างใจเย็น ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะวิ่งขึ้นรถกระบะหลบหนีเข้าไปในกลีบเมฆท่ามกลางการเข้าปิดล้อมพื้นที่และการไล่ล่าติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจอย่างกระชั้นชิดก็ตาม แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุหลักๆ ก็ยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยไปในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะยังกบดานอยู่กับแนวร่วมขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่ให้ที่พักพิงหลบซ่อนหลังก่อเหตุในพื้นที่

หากแต่คล้อยหลังมาได้ไม่กี่วัน กลุ่มกองกำลังติดอาวุธของขบวนการร้ายแห่งนี้ ก็ฮึกเหิมมากขึ้น ถึงขั้นกล้าเข้าโจมตีสถานีตำรวจ อ.นาประดู่ จว.ปัตตานี ในกลางวันแสกๆ โดยใส่เฉพาะหน้ากากปิดปากปิดจมูก อย่างไม่เกรงกลัวการบันทึกของกล้องวงจรปิดของสถานีตำรวจแห่งนี้แม้แต่น้อย โดยปฏิบัติการร้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค.62 มีคนร้าย 6 คน แต่งกายรัดกุม บางคนสวมเสื้อสีเข้ม ขี่รถจักรยานยนต์ จู่โจมบุกเข้าไปในโรงพัก สภ.นาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จากนั้นใช้อาวุธปืนพกและอาวุธปืนยาวยิงเข้าไปป้อมยามซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้า-ออกโรงพัก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรอยู่ เสียชีวิตอย่างสยดสยอง จากนั้นคนร้ายอีกชุดหนึ่งได้ระดมยิงขึ้นไปบนอาคารโรงพัก ชิงอาวุธปืนประจำกายพร้อมเสื้อเกราะกันกระสุนของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไป แล้วหลีบหนีไปในพื้นที่ เพื่อซ่อนตัวอยู่กับแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน

ปรากฏการณ์ที่ผ่านมาระยะหลังดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ มีการฝึกยุทธวิธี ในการจู่โจมทำลายเป้าหมายที่ถูกเลือกแล้วได้อย่างผู้ก่อการร้ายมืออาชีพ คำถามจึงเกิดขึ้นว่า กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ ได้รับการฝึกฝนยุทธวิธีก่อเหตุจากที่ใด ด้วยเพราะปัจจุบัน พื้นที่ชายแดนใต้ไม่น่าจะรอดหูรอดตาเจ้าหน้าที่รัฐให้ฝ่ายโจรใต้ใช้ประโยชน์เพื่อการฝึกทักษะการก่อเหตุร้ายไปได้เช่นนี้ และกลุ่มโจรระดับปฏิบัติการเหล่านี้ ใช้พื้นที่ใดในการวางแผนได้เป็นมืออาชีพ ตั้งแต่แผนการระดมกำลัง เตรียมอาวุธ การเข้าโจมตีเหยื่อ และแผนการหลบหนีการติดตามไล่ล่าได้อย่างเหลือเชื่อ และพื้นที่แห่งนี้ ยังมีกลุ่มคนที่เป็นแนวร่วมขบวนการมากมายขนาดนี้ ที่คอยเป็นฝ่ายสนับสนุนให้ส่วนกำลังรบทำงานได้อย่างคล่องตัวได้อย่างไร อะไรเป็นช่องว่างของการพัฒนาความเป็นอยู่ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยงบประมาณมหาศาล ให้บรรดาโจรใต้ใช้เป็นโอกาสในการสร้างแนวร่วมขบวนการได้อย่างไม่สิ้นสุด

และที่สำคัญ ปฏิบัติการจู่โจมด้วยอาวุธของกองกำลังติดอาวุธเหล่านี้ อาจหาญเข้าสังหารด้วยการประชิดตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอาวุธอยู่กับตัวได้อย่างไม่เกรางกลัวการตอบโต้ใดๆ ได้อย่างไร โดยที่ระบบงานด้านการข่าวกรองของรัฐไม่สามารถล่วงรู้ล่วงหน้าหรือมีความระแคะระคายแผนการร้ายเหล่านี้ได้เลยแม้แต่น้อย เหล่านี้คือตัวชี้วัดว่า ระบบข่าวกรองของรัฐล้มเหลว เพราะยังเข้าไม่ถึงใจมวลชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง และที่ผ่านมานั้น ได้ส่งสัญญาณให้เห็นแล้วว่า กองกำลังติดอาวุธ กำลังหยั่งกำลังของรัฐว่า พวกเขาพร้อมหรือยังที่จะปฏิบัติการครั้งใหญ่ และหากฝ่ายความมั่นคงยังไม่ตามไม่ทัน และไม่รุกคืบกลับคืนบรรดาโจรใต้เหล่านี้ได้ นั่นคืออันตรายใหญ่หลวงที่กำลังมาเยือนในไม่ช้านี้